บทความ

บทความน่าสนใจ

สาระความรู้เกี่ยวกับสายตาที่เราอัพเดทให้คุณได้ติดตาม เพื่อประโยชน์กับตัวคุณเองและครอบครัว และคนที่ท่านรัก

เป็นบทความที่เขียนด้วยนายแพทย์ เชี่ยวชาญเฉพาะทาง


ประวัติ

       คนไข้ทำเลสิกมานานกว่า 10 ปีแล้ว ก่อนทำมีสายตาสั้น ประมาณ –6.00 ถึง –7.00 ไดออปเตอร์ หลังทำเลสิกคนไข้เห็นภาพซ้อน (Monocular Diplopia) โดยเฉพาะในตาขวา 

ประวัติทางตาอื่นๆ

  •  มีประวัติวุ้นตาเสื่อมมาก เห็นหยากไย่ลอยไปมาในตา
  •  เคยยิงเลเซอร์ที่จอตา เพื่อลดโอกาสเกิดจอตาฉีกขาดหลุดลอก เนื่องจากพบว่าจอตามีรูรั่ว
  •  มีประวัติเคยทำ Visual Training


ประวัติ

คนไข้เพศหญิง ชาวอินเดีย อายุ 37 ปี เป็นโรคกระจกตาโป่ง (Keratoconus) ทั้งสองข้าง ปัจจุบันใส่ Scleral lens ที่ทำจากประเทศอินเดียมานานกว่า 10 ปี ช่วงแรกที่ใส่เลนส์ สามารถใส่ได้นานทั้งวัน แต่ระยะหลังๆ เริ่มมีปัญหาใส่เลนส์แล้วตาจะแดงตลอดเวลา และมีปัญหาตาติดเชื้อบ่อยครั้งในปีที่ผ่านมา

เมื่อซักประวัติเพิ่มเติม พบว่า คนไข้ไม่เคยล้างคราบโปรตีนเลย ใช้แต่น้ำยาแช่เลนส์หลังจากถอดเท่านั้น

เมื่อตรวจดูเลนส์ขณะอยู่บนดวงตา พบว่า เลนส์มีสีเข้ม และมีคราบโปรตีนหนาสะสมที่ผิวด้านหน้า ดังภาพด้านล่าง

  • ตาขวา

  • ตาซ้าย

ค่า Scleral lens ที่เคยใช้

  • ตาขวา : +0.34-0.46×079
  • ตาซ้าย : -0.41-0.11×108

ค่าสายตาจริงที่วัดได้ (ก่อนใช้เลนส์)

  • ตาขวา : -2.75-8.00×35       VA 20/100
  • ตาซ้าย : -1.75-5.75×155    VA 20/25

หลังจากตรวจตาอย่างละเอียด คนไข้ตัดสินใจตัด Scleral Lens ใหม่ทั้งสองข้าง

หลังได้รับเลนส์ใหม่ที่ ดร.เบิร์ด ตัดให้ คนไข้ดีใจมาก เนื่องจากสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน โดยมี VA 20/20 ในตาทั้งสองข้าง สามารถใส่เลนส์ใหม่ได้นานตลอดทั้งวันโดยไม่มีอาการตาแดงหรือระคายเคืองตา

นอกจากนี้ ดร. เบิร์ด ยังกำชับให้ล้างโปรตีนเป็นระยะอย่างน้อยทุก 1-2 เดือน เพื่อความสบายตาและการมองเห็นที่ชัดเจนสูงสุด

ภาพตาคนไข้ขณะใส่ Scleral Lens คู่ใหม่ สังเกตเห็นว่าเลนส์ใส ไม่มีคราบสีดำเหมือนคู่เดิม และดวงตาก็มีเส้นเลือดลดลงด้วย

ภาพถ่ายแผนที่กระจกตาของคนไข้ที่เป็นกระจกตาโป่งทั้งสองตา โดยตาขวา (ภาพซ้ายมือ) มีความรุนแรงมากกว่าตาซ้าย (ภาพขวามือ)

 



ประวัติ

คนไข้เพศหญิง อายุ 37 ปี อยากใส่คอนแทคเลนส์ มีสายตาสั้นและเอียงทั้งสองข้าง ก่อนหน้านี้ใช้คอนแทคเลนส์นิ่มสายตาเอียง แต่ใช้แล้วมีปัญหาตาแห้งและระคายเคืองตามาก ปัจจุบันเลยไม่ได้ใส่คอนแทคเลนส์

ผลการตรวจตา
  1. มีอาการตาแห้ง โดยตรวจ Tear break up time (TBUT) ได้ 5 วินาที
  2. มีต้อล้มทั้งสองข้าง
ค่าสายตาจริงที่วัดได้ทั้งสองข้าง (Subjective refraction)
  • ตาขวา : -2.25-3.50×169      VA 20/25+1
  • ตาซ้าย : -3.00-3.50×005      VA 20/30-1

จากการตรวจตาและซักประวัติเพิ่มเติม พบว่า คนไข้ยังมีอาการตาแห้งไม่มาก สามารถใช้เลนส์ได้ทั้งชนิด Bitoric Corneal RGP, Hybrid Lens และ Scleral Lens เมื่ออธิบายถึงข้อดีและข้อเสียของเลนส์แต่ละชนิดและให้คนไข้ทดลองใส่เลนส์ดูแล้ว คนไข้ขอตัดทั้ง Scleral Lens และ Hybrid Lens

หลังจากที่เลนส์มา คนไข้ได้ลองใส่เลนส์ทั้งสองชนิด โดยเลนส์ทั้งคู่ให้ความชัดเจนดีมากพอๆกัน แต่พบว่า Hybrid Lens ให้ความสบายตามากกว่า เนื่องจากคนไข้มีต้อลม ทำให้ขอบของ Scleral Lens ที่แข็งไปกดต้อลม เกิดอาการระคายเคืองตามากกว่าการใช้ Hybrid Lens ที่มีขอบนิ่มกว่า

หมายเหตุ
  • Scleral Lens ที่คนไข้ตัด เป็นรุ่นที่ใช้ระบบ Trial lens fitting ซึ่งส่วน Landing zone ที่วางอยู่บนตาขาว ไม่สามารถออกแบบให้นูนหนีต้อลมได้ ทำให้มีความระคายเคืองตาบ้างเวลาใช้งานนานๆ
  • ปัจจุบัน ดร. เบิร์ด ได้ซื้อเครื่องสแกนผิวดวงตาสามมิติเครื่องแรกใน South East Asia ที่สามารถสแกนผิวดวงตาคลอบคลุมทั้งตาดำและตาขาว ขนาดใหญ่สุดถึง 18 มิลลิเมตร ทำให้สามารถนำข้อมูลผิวดวงตาที่ได้ไปออกแบบเลนส์ที่พอดีกับดวงตา โดยเฉพาะดวงตาที่มีส่วนนูนเว้าผิดปกติ เช่น ต้อลม ทำให้ Scleral Lens ที่ได้ไม่ไปกดต้อลม ทำให้ใส่เลนส์ได้สบายตามากขึ้น และลดปัญหาความระคายเคืองตาลงได้
ภาพถ่าย Slit lamp ดวงตาคนไข้ ที่มีต้อลมเล็กน้อยทั้งสองตา ทำให้ใส่ Hybrid Lens ได้สบายกว่า Scleral Lens ชนิด Trial Fitting
  • ตาขวา

  • ตาซ้าย



ประวัติ

คนไข้เพศชาย อายุ 36 ปี เป็นกระจกตาโป่ง (Keratoconus) ทั้งสองข้าง โดยข้างขวาเป็นมากกว่าข้างซ้าย และกระจกตาทั้งสองข้างยังใสดีอยู่

ประวัติการผ่าตัดทางตา

ได้รับการผ่าตัดใส่ Ring ที่ตาขวา หลังใส่เกิดอุบัติเหตุทำให้ตาขวามีรอยกระจกตาขุ่นในบริเวณที่ใส่ Ring ภายหลังได้นำ Ring ออก แต่ยังมีแผลเป็นอยู่

จากการซักประวัติเพิ่มเติม พบว่า คนไข้ไม่เคยใส่คอนแทคเลนส์ชนิดแข็ง (RGP) มาก่อน และคนไข้ต้องการมองเห็นชัดขึ้น จักษุแพทย์จึงแนะนำให้มาลองใส่ RGP



ประวัติ

คนไข้เพศชาย อายุ 32 ปี มีอาการกระจกตาโป่ง (Keratoconus) ทั้งสองข้าง โดยตาข้างขวารอการเปลี่ยนกระจกตา เคยใส่คอนแทคเลนส์ชนิดแข็ง (RGP) แต่ปัจจุบันไม่ได้ใส่แล้ว เนื่องจากใส่แล้วเคืองตามาก ส่วนตาซ้ายได้ทำการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาเรียบร้อยแล้ว หลังผ่าก็ใส่ RGP ไม่ได้เช่นเดียวกัน  คนไข้อยากมองเห็นชัดขึ้น จักษุแพทย์จึงแนะนำมาทำ RGP



ประวัติ

คนไข้ชายต่างชาติ อายุ 27 ปี เป็นกระจกตาโป่งพอง (Keratoconus) ทั้งสองตา โดยตาซ้ายเป็นรุนแรงกว่าตาขวา ปัจจุบันใช้ Corneal RGP ทั้งสองตา แต่เลนส์ข้างซ้ายหลุดหาย ต้องการทำเลนส์ซ้ายใหม่

จากการถ่ายแผนที่กระจกตา พบว่า กระจกตาซ้ายมีความโป่งกว่าอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เลนส์ซ้ายชิ้นเดิมหลุดออกจากตาง่าย

ดร.เบิร์ด จึงแนะนำให้ใช้ Scleral Lens แทนเลนส์เดิมที่มีขนาดเล็ก เพื่อความสบายตาและไม่หลุดออกจากตาง่าย แต่คนไข้เลือกตัดเลนส์ขนาดเล็กก่อนเพราะราคาถูกกว่า

หลังจากได้รับ Corneal Lens ขนาดเล็กด้านซ้ายไปสักพัก คนไข้พบว่าเลนส์ใส่ไม่ค่อยสบายตา จึงตัดสินใจมาตัด Scleral Lens ซึ่งหลังจากได้รับเลนส์ที่ตัด พบว่า Scleral Lens ใช้งานได้สบายตากว่า จึงเปลี่ยนมาใช้ Scleral Lens และเก็บ RGP Lens ไว้เป็นเลนส์สำรอง

ภาพถ่ายแผนที่กระจกตา (ด้านล่าง) สังเกตได้อย่างชัดเจนว่า ตาซ้าย (ภาพขวา) มีกระจกตาที่โป่งมากกว่า เพราะมีจุดสีแดงที่เข้มกว่าตาขวา (ภาพซ้าย)

ภาพถ่ายจาก Slit lamp โดยตาของคนไข้ทั้งสองข้างกระจกตายังใสอยู่ สีม่านตาเป็นสีน้ำตาลอ่อน เพราะเป็นชาวยุโรป

  • ตาขวา

  • ตาซ้าย

ภาพแสดงตาซ้ายของคนไข้ เมื่อยังไม่มีการย้อมสี ขณะใส่เลนส์ที่เล็กกว่าตาดำ (Corneal RGP)

ภาพแสดงตาซ้ายของคนไข้ เมื่อย้อมสีด้วย Fluorescein ขณะใส่เลนส์เล็กกว่าตาดำ (Corneal RGP)

ภาพแสดงตาซ้ายของคนไข้ ขณะใส่ Scleral Lens ซึ่งมีความสบายตามากกว่า และเลนส์ไม่หลุดจากตาง่าย



ประวัติ

คนไข้หญิงไทย อายุ 33 ปี เป็นกระจกตาโป่ง (Keratoconus) ทั้งสองตา ตาขวาเป็นมากกว่าตาซ้าย ทราบครั้งแรกเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ปัจจุบันได้ทำการเปลี่ยนกระจกตาเฉพาะตาขวาเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว

หลังเปลี่ยนกระจกตา (Corneal Transplant) ร่างกายคนไข้ปฏิเสธเนื้อเยื่อกระจกตาผู้บริจาค (Transplant Rejection) มีเส้นเลือดงอกเข้ากระจกตาและกระจกตาขุ่น จักษุแพทย์บอกว่ามีโอกาสที่จะต้องเปลี่ยนกระจกตาอีกรอบถ้าเกิดการขุ่นตัวมากขึ้น

ปัจจุบันคนไข้ใช้เฉพาะแว่นตา ซึ่งมีปัญหาแว่นที่ใส่อยู่มองเห็นได้ไม่ชัดเจน และมีเงาซ้อน

ค่าแว่นตาปัจจุบันที่คนไข้ใช้
  • ตาขวา : -5.50                          VA 20/100-2   @4 เมตร
  • ตาซ้าย : -5.50-0.75×76           VA 20/25+2    @4 เมตร
ค่าสายตาที่วัดได้ก่อนใช้เลนส์ (Subjective refraction)
  • ตาขวา-7.50-3.50×10         VA 20/40-1
  • ตาซ้าย : -3.75-6.00×108        VA 20/40-1

เนื่องจากตาขวามีกระจกตาขุ่นและมีการปฏิเสธเนื้อเยื่อ ดร.เบิร์ด จึงไม่ฟิตเลนส์ให้ แต่หลังจากฟิต Scleral Lens ที่ตาซ้าย คนไข้ได้การมองเห็น 20/20 ความชัดเจนเทียบเท่าคนปกติ และเงาซ้อนต่างๆหายไป

ภาพแผนที่กระจกตา

โดยภาพซ้าย คือ ตาขวาที่เปลี่ยนกระจกตาแล้ว และภาพขวา คือ ตาซ้ายที่ยังไม่ได้เปลี่ยนกระจกตา

ภาพถ่ายจาก Slit lamp
  • ตาขวา ซึ่งสังเกตเห็นรอยกระจกตาที่เปลี่ยนและรอยไหมเย็บ

  • ตาซ้าย ซึ่งกระจกตายังใสดีอยู่

ภาพแสดงตาซ้ายของคนไข้ หลังจากใส่ Scleral Lens ทำให้การมองเห็นกลับมาชัดเจนเหมือนคนปกติ และเงาซ้อนที่รบกวนหายไป



ประวัติ

คนไข้เพศชาย ชาวอิตาเลียน อายุ 36 ปี อาศัยอยู่ในประเทศไทย เป็นกระจกตาโป่ง (Keratoconus) ทั้งสองตา

ปัจจุบันตาซ้ายใส่คอนแทคเลนส์ชนิดแข็งที่เล็กกว่าตาดำ (Corneal RGP) ส่วนตาขวาเคยใส่เลนส์แข็ง แต่ใส่แล้วมีอาการเจ็บตาบ่อยครั้ง เลยเปลี่ยนมาใช้เลนส์นิ่ม ซึ่งใส่สบายกว่าเลนส์แข็ง แต่ให้การมองเห็นที่ไม่ชัดเจน คนไข้อยากได้เลนส์ที่ใส่ได้สบายและมองเห็นชัดเจน



ประวัติ

คนไข้หญิงไทย อายุ 55 ปี เป็นโรค Sjogren’s Syndrome ซึ่งเป็นโรคทางระบบภูมิคุ้มกันแบบเรื้อรัง อาการอย่างหนึ่งที่พบบ่อยของโรคนี้ คือ อาการตาแห้งมาก (Severe Dry Eye) เกิดจากภูมิคุ้มกันร่างกายตนเองทำงานผิดปกติ คิดว่าต่อมน้ำตาเป็นสิ่งแปลกปลอม จึงเข้าไปทำลาย ทำให้ตาแห้งมากเนื่องจากต่อมน้ำตาเหลือน้อยจนแทบไม่มีการผลิตน้ำตา

ผู้ป่วยบอกว่ามีอาการตาแห้งมากมานาน 6-7 ปีแล้ว ปกติต้องหยอดน้ำตาเทียมชั่วโมงละหลายๆครั้ง มีอาการแสบตา ระคายเคืองตา แพ้แสง ไวต่อลม ตามัว มีความลำบากในการดำเนินชีวิต จึงต้องการมารักษาอาหารตาแห้ง

จากการตรวจตา พบว่า คนไข้ตาแห้งมาก ร่วมกับมีปัญหากระจกตาถลอก มี Filamentary Keratitis (กระจกตาถลอก และลอกออกมาเป็นเส้น) เนื่องจากขณะกระพริบตาแทบไม่มีน้ำตาหล่อลื่นระหว่างเปลือกตาและกระจกตา ทำให้เปลือกตาถูกระจกตาถลอก แพ้แสง ลืมตาแทบไม่ขึ้น ดังรูป

ภาพถ่ายจาก Slit lamp จะสังเกตเห็นกระจกตาลอกเป็นเส้นขุยๆ

  • ตาขวา

  • ตาซ้าย

จากอาการดังกล่าว ดร.เบิร์ด แนะนำให้ใช้  Scleral lens เนื่องจากมีข้อดี คือ เลนส์ที่สามารถลดอาการตาแห้งได้ เนื่องจากเลนส์จะเก็บน้ำไว้ใต้เลนส์เพื่อหล่อเลี้ยงกระจกตาตลอดเวลา นอกจากนั้นเลนส์ยังช่วยลดความเจ็บปวดเนื่องจากเมื่อกระพริบตาเปลือกตาจะถูผิวของเลนส์แทนที่จะถูผิวของกระจกตา

หลังจากคนไข้ได้รับเลนส์และใส่เลนส์ได้สองสัปดาห์ ตรวจตามผล พบว่า อาการเคืองตาและตาแห้งลดลง จากที่เคยต้องหยอดน้ำตาเทียมวันละ 5 หลอด เหลือเพียงวันละหนึ่งหลอดเท่านั้น ตาคนไข้สามารถสู้แดดสู้ลมได้มากขึ้น และสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสบายตา ไม่ต้องทนทรมานกับอาการตาแห้งอีกต่อไป

ภาพแสงสะท้อน Placido Disc บนกระจกตาผู้ป่วย จากเครื่องถ่ายแผนที่กระจกตา (Corneal Topography) แสดงถึงลักษณะผิวกระจกตาที่มีความไม่เรียบเนื่องจาก Filamentary Keratitis

ภาพถ่ายจาก Slit lamp ของตาคนไข้หลังใส่  Scleral lens ซึ่งทำให้ตาแห้งลดลง สู้ลมสู้แสงได้มากขึ้น

  • ตาขวา

  • ตาซ้าย

 



ประวัติ

คนไข้เพศหญิง อายุ 22 ปี มาด้วยอาการสายตาสั้นและเอียงเยอะ ต้องการสอบแอร์โฮสเตส โดยแว่นเดิมกับคอนแทคเลนส์นิ่มเดิมที่ใส่อยู่ไม่ค่อยชัดและมีค่าสายตาสั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

Examination

วัด VA ตาเปล่า ได้ 20/200 ที่ระยะ 1 เมตร ทั้งสองตา

ค่าแว่นปัจจุบัน

  • ตาขวา : -7.75-2.25×2
  • ตาซ้าย : -8.75-1.50×161

ค่าคอนแทคเลนส์นิ่มปัจจุบัน

  • ตาขวา : -8.50-1.75×170
  • ตาซ้าย : -8.00-2.25×180

ค่าสายที่วัดได้ (Subjective refraction)

  • ตาขวา : -11.5-3.75×8            VA 20/20
  • ตาซ้าย : -9.75-2.00×170       VA 20/20

ดร.เบิร์ดได้ทำการฟิตเลนส์ทั้ง 3 ชนิดให้กับคนไข้ ดังต่อไปนี้

1. Piggy back คือ การใส่ Scleral lens และทับด้วยคอนแทคเลนส์ชนิดนิ่ม เพื่อให้ง่ายต่อการปรับตัว ปรากฎว่าสามารถอ่าน VA ได้ถึง 20/20 แต่ยังคงมีความกังวลว่าหากไปสอบแล้วกรรมการให้อ่านตัวเลขและถอดคอนแทคเลนส์ออก จะไม่สามารถอ่านตัวเลขได้ ดร.เบิร์ดจึงได้ทำการฟิตติ้ง OK lens

2. OK lens ใส่นอน เป็นเลนส์ชนิดกึ่งนิ่มกึ่งแข็งที่ใส่นอนเพื่อปรับความโค้งกระจกตา และถอดเลนส์เมื่อตื่นนอน โดยไม่ต้องใส่แว่นหรือคอนแทคเลนส์ แต่เนื่องจากคนไข้มีเวลาก่อนไปสอบไม่ถึง 1 อาทิตย์ ทำให้การใช้ OK lens ใส่นอนอาจจะไม่สามารถแก้ไขค่าสายตาได้หมด เพราะคนไข้มีค่าสายตาค่อนข้างเยอะการลดค่าสายตาสั้นด้วยวิธีนี้อาจจะต้องใช้เวลามากกว่า 1 อาทิตย์ ดังนั้น วิธีสุดท้ายที่ ดร.เบิร์ด ได้เลือกฟิตติ้งให้คนไข้เพื่อไปสอบ คือ Distant center ใน RGP เลนส์ โดยหากกรรมการให้ถอดคอนแทคเลนส์ออก จะยังสามารถอ่านตัวเลขได้

3. Distant center ใน RGP 

 

  1. โอเคเลนส์ใส่ขณะหลับ

ข้อดี

  • เพื่อคุมสายตาสั้นไม่ให้สั้นเพิ่มมากขึ้น
  • กลางวันสามารถมองเห็นได้ชัดขึ้นโดยที่ไม่ต้องใส่แว่นหรือคอนแทคเลนส์

ข้อเสีย

  • เห็นแสงฟุ้ง (Glare) ในตอนกลางคืน
  • เลนส์ใส่นอนอาจแก้ไขค่าสายตาในคนไข้รายนี้ได้ไม่หมดเนื่องจากคนไข้มีสายตาสั้นและเอียงเยอะ
  • ความคมชัดอาจไม่คงที่ในแต่ละวันถ้าคนไข้นอนพักผ่อนไม่เพียงพอหรือเลนส์มีการเคลื่อนขณะหลับ ซึ่งหลังจากใส่เลนส์นาน 17 วัน พบว่า วัด VA ตาขวาได้ 20/50 ที่ระยะ 6 เมตร VA ตาซ้ายได้ 20/100 ที่ระยะ 6 เมตร พบว่า คนไข้มีการมองเห็นที่ชัดขึ้นแต่ยังคงเห็นภาพซ้อนและภาพมัวอยู่บ้าง

 

2. โอเคเลนส์ใส่กลางวัน

ข้อดี

  • การมองเห็นคมชัดและสามารถคุมสายตาสั้นได้

ข้อเสีย

  • ใส่แล้วมีอาการเคืองตา ถ้ามีอาการตาแห้งมากๆเลนส์อาจหลุดหล่นหายระหว่างการใช้งานได้
  • เห็นแสงฟุ้ง (Glare) ในตอนกลางคืน
  • ราคาสูงกว่าโอเคเลนส์ใส่นอน

 

3. Piggy back (Scleral lens & Soft lens)

  • เนื่องจากคนไข้ต้องการการมองเห็นที่คมชัดสุดเพื่อที่จะไปสอบแอร์โฮสเตส เนื่องด้วยเวลาที่จำกัดเราจึงเลือก ใช้วิธีแก้ไขสายตาด้วย Piggy back นั่นคือการใส่ Scleral lens ก่อนแล้วใส่ Soft lens ทับไว้ด้านบน
  • พบว่าคนไข้หลังจากใส่เลนส์แล้วมีการมองเห็นที่คมชัดได้ตามเกณฑ์การสอบ ซึ่งวัด VA ได้ 20/20-2 ทั้งสองตา

ภาพแผนที่กระจกตาก่อนใส่โอเคเลนส์ ตาขวา (ภาพซ้าย), ตาซ้าย (ภาพขวา)

ภาพแผนที่กระจกตาหลังใส่ OK lens ตาขวา (ภาพซ้าย), ตาซ้าย (ภาพขวา)

ภาพถ่ายจาก Slit lamp

  • ตาขวา

  • ตาซ้าย

  • ตาขวา

  • ตาซ้าย




Contact us


Send us an email

drbird@gmail.com


Facebook

https://www.facebook.com/DrBirdVP/


Line@

@drbirdcl



Video



Contact us


Call us

0-800-777-2331


Visit us anytime

27th Avenue, W2 3XE, New York


Send us an email

office@medicare.com



Subscribe


Sign up for Medicare newsletter to receive all the news offers and discounts from Medicare eye clinic.




Social networks


Facebook

https://www.facebook.com/DrBirdVP


Twitter

#WeCare


Instagram

www.instagram.com/medicare




Copyright by BoldThemes 2018. All rights reserved.





Copyright by BoldThemes 2018. All rights reserved.