บทความ

บทความน่าสนใจ

สาระความรู้เกี่ยวกับสายตาที่เราอัพเดทให้คุณได้ติดตาม เพื่อประโยชน์กับตัวคุณเองและครอบครัว และคนที่ท่านรัก

เป็นบทความที่เขียนด้วยนายแพทย์ เชี่ยวชาญเฉพาะทาง


คอนแทคเลนส์พิเศษ

เป็นคอนแทคเลนส์สั่งตัดเฉพาะ เพื่อให้เหมาะสมกับดวงตาและค่าสายตาที่ไม่สามารถใส่เลนส์ตามท้องตลาดได้ และไม่ใช่คอนแทคเลนส์นิ่มที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไป

คอนแทคเลนส์พิเศษหากแบ่งตามลักษณะการใช้งาน มี 6 ชนิด

1. Ok-Lens (Orthokeratology Lens, Ortho-K Lens)

Ok-Lens เป็นคอนแทคเลนส์กึ่งแข็งกึ่งนิ่มที่มีขนาดเล็กกว่าตาดำ ใส่เฉพาะเวลานอนหลับ เพราะ Ok-Lens จะไปปรับความโค้งกระจกตาแบบชั่วคราว เพื่อแก้ไขค่าสายตาผิดปกติ หลังจากตื่นและถอดคอนแทคเลนส์แล้ว ผู้ใส่จะสามารถมองเห็นใกล้เคียงหรือเทียบเท่าคนที่มีค่าสายตาปกติ นอกจากนี้ยังได้ประโยชน์ในคนไข้ที่ค่าสายตาสั้นเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี หรือมีปัญหาต้องเปลี่ยนแว่นสายตาทุกปีเนื่องจากค่าสายตาเพิ่ม เพราะ Ok-Lens จะช่วยควบคุมสายตาสั้นให้เพิ่มช้าลง หรือหยุดเพิ่มได้

ที่มา : https://eyecingonthecake.com/2019/11/29/orthokeratology/

Ok-Lens ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ว่าสามารถใส่นอนได้อย่างปลอดภัย อีกทั้งออกซิเจนยังสามารถซึมผ่านได้สูง เนื่องจาก Ok-Lens ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใส่ขณะนอนหลับโดยเฉพาะ อ้างอิงจาก https://www.aaojournal.org/article/S0161-6420(18)33073-2/pdf

2. Scleral Lens

Scleral Lens เป็นคอนแทคเลนส์กึ่งแข็งกึ่งนิ่มที่มีขนาดใหญ่กว่าตาดำ เหมาะสำหรับคนไข้ที่มีปัญหาตาแห้ง กระจกตาไม่เรียบ กระจกตาโป่งพอง กระจกตาย้วย ผู้ป่วยที่มีปัญหาค่าสายตาเยอะ ผู้ป่วยที่มีปัญหาการมองเห็นหลังการผ่าตัดแก้ไขค่าสายตา ฯลฯ ซึ่งปัญหาที่กล่าวมาแม้จะแก้ไขด้วยแว่นสายตา หรือคอนแทคเลนส์นิ่มแล้วก็ยังมองเห็นไม่ชัดเจนเท่าคนปกติ แต่ Scleral Lens จะทำให้ผู้ใส่สามารถกลับมามองเห็นได้ใกล้เคียงหรือเทียบเท่าคนปกติได้ นอกจากนี้ Scleral Lens ยังเป็นคอนแทคเลนส์ที่ใส่สบายตา เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาตาแห้ง และหลุดออกจากตาได้ยาก เพราะตัวเลนส์จะสัมผัสเฉพาะตาขาว ไม่สัมผัสโดนตาดำหรือกระจกตา

ภาพตัวอย่างการใส่ Scleral Lens ในผู้ป่วยกระจกตาโป่ง (Keratoconus) ที่ Scleral lens ไม่สัมผัสโดนกระจกตา (Cornea)

ที่มา : https://www.allaboutvision.com/contacts/scleral-lenses.htm

3. Corneal RGP Lens (Gas Permeable)

Corneal RGP Lens เป็นคอนแทคเลนส์กึ่งแข็งกึ่งนิ่มที่มีขนาดเล็กกว่าตาดำ ซึ่งออกซิเจนสามารถซึมผ่านได้สูง สามารถแก้ไขปัญหาค่าสายตาผิดปกติเยอะได้ดีกว่าคอนแทคเลนส์นิ่ม มีโอกาสตาเจ็บตาแดงจากการติดเชื้อยากกว่าคอนแทคเลนส์นิ่ม และไม่ทำให้ตาแห้งขณะใส่คอนแทคเลนส์ จึงทำให้มีสุขภาพตาดีกว่าการใส่คอนแทคเลนส์นิ่ม แต่การปรับตัวในช่วงแรกของการใส่เลนส์อาจจะยากกว่าคอนแทคเลนส์ชนิดอื่นๆเพราะตัวเลนส์จะสัมผัสที่ตาดำ ทำให้รู้สึกไม่สบายตาในครั้งแรกที่ใส่คอนแทคเลนส์ โดย Corneal RGP Lens แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

  1. Sphere corneal lens : ผิวหลังของเลนส์มีความโค้งเดียว เหมาะสำหรับผู้ที่มีสายตาเอียงน้อยกว่า 2.00 D
  2. Toric corneal lens : ผิวหลังของเลนส์มีความโค้ง 2 แนวแกน เพื่อแก้ไขค่าสายเอียงที่เกิดบนกระจกตา เหมาะสำหรับผู้ที่มีสายตาเอียงมากกว่า 2.00 D
4. Hybrid Lens

Hybrid Lens เป็นคอนแทคเลนส์ที่บริเวณตรงกลางของตัวเลนส์เป็นชนิดกึ่งแข็งกึ่งนิ่ม แต่รอบๆของตัวเลนส์เป็นชนิดนิ่ม ผลิตมาเพื่อแก้ไขข้อเสียของ Corneal RGP Lens ทำให้ผู้ใส่รู้สึกสบายตามากกว่าการใส่ Corneal RGP Lens และสามารถมองเห็นได้ชัดเจนกว่าการใส่คอนแทคเลนส์นิ่มอีกด้วย

ที่มา : https://www.opticianonline.net/cet-archive/4659

วิธีการใช้งาน Hybrid Lens เบื้องต้น

 

5. Custom Soft Lens

Custom Soft Lens คือ คอนแทคเลนส์นิ่มสั่งทำพิเศษสำหรับบุคคล มอบความสบายตาและการมองเห็นที่ชัดขึ้น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนไข้ที่มีค่าสายตาเยอะ ไม่สามารถใส่คอนแทคเลนส์นิ่มทั่วไปตามท้องตลาดได้ และไม่ชอบใส่เลนส์กึ่งแข็งกึ่งนิ่ม

ที่มา : https://artmostoceania.com.au/product/artmost-soft-ok-monthly-disposable/

นอกจากนี้ Custom Soft Lens ยังสามารถสั่งทำเป็นคอนแทคเลนส์นิ่มสำหรับคุมสายตาสั้น (Soft Ok Lens) ได้ ซึ่ง Soft Ok Lens นั้นมีวิธีการใส่เหมือนคอนแทคเลนส์นิ่มทั่วไป ใช้ใส่ขณะตื่นนอน สามารถคุมสายตาสั้นได้ใกล้เคียงกับ Ortho-K Lens  แต่เงื่อนไขสำหรับการใส่ Soft Ok Lens นั้นจะต้องดูหลายปัจจัย เช่น ขนาดรูม่านตา (Pupil) การใช้ชีวิตในแต่ละวัน และค่าสายตา เป็นต้น

6. คอนแทคเลนส์ที่ได้จากการสแกนผิวดวงตา 3 มิติ 

เป็นการสั่งตัดคอนแทคเลนส์ตามข้อมูลและค่าพารามิเตอร์ต่างๆจากการสแกนดวงตาด้วยเครื่องแสกนตา 3 มิติ เพื่อให้ได้คอนแทคเลนส์ที่เหมาะสมกับดวงตามากที่สุด โดยทำได้ทั้งเลนส์ขนาดเล็กและใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น OK lens, Scleral lens หรือ Corneal RGP lens แต่ยกเว้น Custom soft contact lens


ศึกษาข้อมูลเลนส์ต่างๆ เพิ่มเติม



กระจกตาคืออะไร?

กระจกตา (Cornea) คือส่วนหนึ่งของดวงตา มีลักษณะโค้งและโปร่งใส คลุมอยู่ด้านหน้าสุดตรงบริเวณตาดำ ทำหน้าที่หักเหแสงที่เข้าสู่ดวงตา ถ้าความโค้งของกระจกตาเหมาะสม แสงที่เข้าสู่ดวงตาก็จะหักเหพอดีทำให้เรามองเห็นได้ชัดเจน แต่ถ้าความโค้งกระจกตาไม่เหมาะสม ก็จะทำให้เรามีปัญหาสายตาและมองเห็นไม่ชัดเจน

ภาพแสดงให้เห็นถึงแสงที่ตกสู่จอประสาทตาพอดีทำให้มองเห็นได้ชัดเจน

ที่มา : http://www.iwearoptical.com/what-is-emmetropia

ในคนปกติกระจกตาจะมีความหนาประมาณ 520 ไมครอน ซึ่งกระจกตาแบ่งได้ทั้งหมด 5 ชั้นดังนี้

1. Epithelium เป็นชั้นที่อยู่ด้านนอกสุดโดยทั่วไปหากกระจกตามีรอยถลอก มักจะเป็นที่ชั้นนี้ ซึ่งจะสามารถหายเป็นปกติได้ภายใน 7 วัน

2. Basement membrane เป็นชั้นเนื้อเยื่อรองรับผิว

3. Stroma มีความหนามากที่สุดของกระจกตา เมื่อชั้นนี้เกิดความเสียหายจะทำให้กระจกตาเป็นแผล ดูเป็นสีขาวขุ่นไม่ใสเหมือนคนปกติ

4. Descemet’s membrane เป็นชั้นที่มีความยืดหยุ่นสูง

5. Endothelial cell เป็นชั้นที่อยู่ด้านในสุด ทำหน้าที่ดูดน้ำออกจากกระจกตาเพื่อป้องกันไม่ให้กระจกตาบวมน้ำ

นอกจากนี้โดยธรรมชาติกระจกตามักจะมีความโค้งในแนวตั้งและแนวนอนไม่เท่ากัน หากความแตกต่างของความโค้งทั้งสองแนวนี้ต่างกันมาก จะทำให้เกินค่าสายตาผิดปกติชนิดหนึ่งขึ้นมา นั่นก็คือสายตาเอียง (Astigmatism)

ที่มา : http://www.allaboutvision.com/resources/cornea.htm

กระจกตาบางคืออะไร?

กระจกตาบาง คือ ความหนาของกระจกตามีไม่ถึง 520 ไมครอน ซึ่งมักจะเกิดจากโรคกระจกตาโป่ง (Keratoconus) เพราะยิ่งกระจกตามีความนูนมาก ส่วนที่นูนออกมาก็จะยิ่งบางลง

ทำไมกระจกตาบางทำ LASIK ไม่ได้?

กระจกตาบางไม่สามารถทำ LASIK ได้ เพราะการทำ LASIK เป็นการผ่าตัดที่ทำให้กระจกตาบางลง สำหรับคนที่กระจกตาบางอยู่แล้ว การทำเลสิกจะทำให้กระจกตาบางลงไปอีก ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดกระจกตาย้วยหลังทำเลสิก (Post Lasik Corneal Ectasia) หรือกระจกตาขุ่นได้ นอกจากการทำเลสิกแล้ว การผ่าตัดแก้ไขสายตาอื่นๆที่มีการทำให้กระจกตาบางลง หรือมีความแข็งแรงน้อยลง ก็ไม่เหมาะกับคนกระจกตาบางเช่นเดียวกัน การผ่าตัดดังกล่าวเช่น PRK , Relex , RK , etc.

การแก้ไขสายตาสาหรับคนกระจกตาบาง

การแก้ไขสายตาสำหรับผู้ที่กระจกตาบาง สามารถทำได้หลายวิธีดังนี้

  1. การใส่แว่นสายตาเพื่อให้มองเห็นชัดขึ้น
  2. การใช้คอนแทคเลนส์นิ่มที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไปตามท้องตลาด
  3. การใช้คอนแทคเลนส์นิ่มสั่งตัด (Soft custom contact lenses) คือคอนแทคเลนส์นิ่มที่ถูกสั่งตัดพิเศษให้เฉพาะบุคคลนั้นๆเพียงคนเดียว ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่มีค่าสายตาเยอะมากและไม่สามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาด หรือมีขนาดของดวงตาที่ไม่พอดีกับเลนส์ที่มีขายทั่วไป
  4. Corneal RGP lens คือคอนแทคเลนส์ชนิดกึ่งแข็งกึ่งนิ่มที่มีขนาดเล็กกว่าตาดำ
  5. OK Lens (Orthokeratology lenses, Ortho-K Lens) เป็นคอนแทคเลนส์กึ่งแข็งกึ่งนิ่มชนิดพิเศษ ใส่เฉพาะตอนนอนเพื่อปรับความโค้งของกระจกตา ส่งผลให้หลังจากตื่นนอนและถอดคอนแทคเลนส์แล้ว สามารถมองเห็นได้ชัดโดยไม่ต้องใส่แว่น นอกจากนี้ยังช่วยชะลอหรือหยุดสายตาสั้นเพิ่มขึ้นได้อีกด้วย
  6. Hybrid Lens เป็นคอนแทคเลนส์ที่บริเวณตรงกลางเป็นเลนส์กึ่งแข็งกึ่งนิ่ม และบริเวณขอบเลนส์เป็นเลนส์นิ่ม เพื่อให้ใส่แล้วสบายตาและได้ความคมชัด
  7. Scleral lens เป็นคอนแทคเลนส์กึ่งแข็งกึ่งนิ่มที่มีขนาดใหญ่กว่าตาดำ ช่วยในเรื่องตาแห้งจากการใส่คอนแทคเลนส์ กระจกตาย้วย (Keratoconus) และช่วยให้การมองเห็นชัดเจนขึ้น
  8. การผ่าตัด (Surgery) โดยการใส่เลนส์เสริม ICL (Implatable Contact Lens)

โดยการตรวจตาอย่างละเอียดและซักประวัติสอบถามถึงกิจกรรมและลักษณะการใช้สายตา จะทำให้สามารถแนะนำการแก้ไขที่เหมาะสมได้



คอนแทคเลนส์คืออะไร และมีกี่ชนิด?

                 คอนแทคเลนส์คือพลาสติกใส มีลักษณะวงกลมคล้ายถ้วย ใส่เพื่อความสวยงาม การใช้ทางการแพทย์ และแก้ไขค่าสายตาผิดปกติ ได้แก่ สายตาสั้น (Myopia), สายตาเอียง (Astigmatism), สายตายาวตั้งแต่เกิด (Hyperopia), และสายตายาวตามวัย (Presbyopia)

โดยชนิดของคอนแทคเลนส์หากแบ่งตามวัสดุ มี 3 ชนิด ได้แก่

1. คอนแทคเลนส์แบบนิ่ม (Soft contact lens)

คอนแทคเลนส์นิ่มเป็นชนิดที่หาซื้อง่ายที่สุด มีขนาดใหญ่กว่าตาดำ มีทั้งแบบรายวัน รายเดือน และรายสองสัปดาห์ ซึ่งคอนแทคเลนส์นิ่มนั้น สามารถแบ่งได้อีก 2 ชนิด คือ

    1. Hydrogelคอนแทคเลนส์นิ่มที่มีค่าความอมน้ำสูง (High water content) ทำให้ตัวคอนแทคเลนส์มีความนิ่มมาก และออกซิเจนซึมผ่านเข้าตัวคอนแทคเลนส์ได้น้อย จึงทำให้ไม่เหมาะที่จะใส่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน เนื่องจากจะทำให้ตาแห้งมากและตาแดงได้
    2. Silicone Hydrogelคอนแทคเลนส์นิ่มที่มีค่าความอมน้ำต่ำกว่าชนิด Hydrogel แต่ออกซิเจนสามารถซึมผ่านเข้าตัวคอนแทคเลนส์ได้ดีกว่ามาก ดีต่อสุขภาพตา ทำให้สามารถใส่ได้นานกว่าชนิด Hydrogel แต่ก็ไม่ควรใส่เกิน 12 ชั่วโมงต่อวัน

ที่มา : https://ocyvision.lumpineemuaythai.com/1-day-ocula/

2. คอนแทคเลนส์ชนิดกึ่งแข็ง (RGP lens, Scleral lens)

มีทั้งขนาดเล็กกว่าตาดำ และใหญ่กว่าตาดำ การใส่คอนแทคเลนส์ชนิดเล็กกว่าตาดำ ช่วงใส่ครั้งแรกจะรู้สึกเคืองตาอยู่เล็กน้อย แต่ข้อดีคือสามารถป้องกันเรื่องตาแห้งจากการใส่คอนแทคเลนส์ได้ และได้ความคมชัดที่มากกว่าแว่นสายตาหรือคอนแทคเลนส์แบบนิ่มในกลุ่มคนที่มีค่าสายตาเยอะ

ที่มา : http://www.precisionfamilyeyecare.com/specialty-contact-lenses/

3.ไฮบริดเลนส์ (Hybrid lens)

เป็นคอนแทคเลนส์ที่รวมข้อดีของคอนแทคเลนส์ชนิดแข็งและนิ่มมารวมกัน คือ โซนตรงกลางคอนแทคเลนส์จะเป็นชนิดกึ่งแข็งกึ่งนิ่ม และบริเวณขอบคอนแทคเลนส์จะเป็นชนิดนิ่ม

ที่มา : https://www.youreyecarecenter.com/

ทั้งนี้ก่อนใส่คอนแทคเลนส์ครั้งแรก ควรปรึกษานักทัศนมาตร หรือจักษุแพทย์ เพื่อทำการตรวจประเมินสุขภาพตาก่อนใส่คอนแทคเลนส์ แะเลือกชนิดคอนแทคเลนส์ให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล




Contact us


Send us an email

drbird@gmail.com


Facebook

https://www.facebook.com/DrBirdVP/


Line@

@drbirdcl



Video



Contact us


Call us

0-800-777-2331


Visit us anytime

27th Avenue, W2 3XE, New York


Send us an email

office@medicare.com



Subscribe


Sign up for Medicare newsletter to receive all the news offers and discounts from Medicare eye clinic.




Social networks


Facebook

https://www.facebook.com/DrBirdVP


Twitter

#WeCare


Instagram

www.instagram.com/medicare




Copyright by BoldThemes 2018. All rights reserved.





Copyright by BoldThemes 2018. All rights reserved.