บทความ

บทความน่าสนใจ

สาระความรู้เกี่ยวกับสายตาที่เราอัพเดทให้คุณได้ติดตาม เพื่อประโยชน์กับตัวคุณเองและครอบครัว และคนที่ท่านรัก

เป็นบทความที่เขียนด้วยนายแพทย์ เชี่ยวชาญเฉพาะทาง


คอนแทคเลนส์พิเศษ

เป็นคอนแทคเลนส์สั่งตัดเฉพาะ เพื่อให้เหมาะสมกับดวงตาและค่าสายตาที่ไม่สามารถใส่เลนส์ตามท้องตลาดได้ และไม่ใช่คอนแทคเลนส์นิ่มที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไป

คอนแทคเลนส์พิเศษหากแบ่งตามลักษณะการใช้งาน มี 6 ชนิด

1. Ok-Lens (Orthokeratology Lens, Ortho-K Lens)

Ok-Lens เป็นคอนแทคเลนส์กึ่งแข็งกึ่งนิ่มที่มีขนาดเล็กกว่าตาดำ ใส่เฉพาะเวลานอนหลับ เพราะ Ok-Lens จะไปปรับความโค้งกระจกตาแบบชั่วคราว เพื่อแก้ไขค่าสายตาผิดปกติ หลังจากตื่นและถอดคอนแทคเลนส์แล้ว ผู้ใส่จะสามารถมองเห็นใกล้เคียงหรือเทียบเท่าคนที่มีค่าสายตาปกติ นอกจากนี้ยังได้ประโยชน์ในคนไข้ที่ค่าสายตาสั้นเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี หรือมีปัญหาต้องเปลี่ยนแว่นสายตาทุกปีเนื่องจากค่าสายตาเพิ่ม เพราะ Ok-Lens จะช่วยควบคุมสายตาสั้นให้เพิ่มช้าลง หรือหยุดเพิ่มได้

ที่มา : https://eyecingonthecake.com/2019/11/29/orthokeratology/

Ok-Lens ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ว่าสามารถใส่นอนได้อย่างปลอดภัย อีกทั้งออกซิเจนยังสามารถซึมผ่านได้สูง เนื่องจาก Ok-Lens ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใส่ขณะนอนหลับโดยเฉพาะ อ้างอิงจาก https://www.aaojournal.org/article/S0161-6420(18)33073-2/pdf

2. Scleral Lens

Scleral Lens เป็นคอนแทคเลนส์กึ่งแข็งกึ่งนิ่มที่มีขนาดใหญ่กว่าตาดำ เหมาะสำหรับคนไข้ที่มีปัญหาตาแห้ง กระจกตาไม่เรียบ กระจกตาโป่งพอง กระจกตาย้วย ผู้ป่วยที่มีปัญหาค่าสายตาเยอะ ผู้ป่วยที่มีปัญหาการมองเห็นหลังการผ่าตัดแก้ไขค่าสายตา ฯลฯ ซึ่งปัญหาที่กล่าวมาแม้จะแก้ไขด้วยแว่นสายตา หรือคอนแทคเลนส์นิ่มแล้วก็ยังมองเห็นไม่ชัดเจนเท่าคนปกติ แต่ Scleral Lens จะทำให้ผู้ใส่สามารถกลับมามองเห็นได้ใกล้เคียงหรือเทียบเท่าคนปกติได้ นอกจากนี้ Scleral Lens ยังเป็นคอนแทคเลนส์ที่ใส่สบายตา เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาตาแห้ง และหลุดออกจากตาได้ยาก เพราะตัวเลนส์จะสัมผัสเฉพาะตาขาว ไม่สัมผัสโดนตาดำหรือกระจกตา

ภาพตัวอย่างการใส่ Scleral Lens ในผู้ป่วยกระจกตาโป่ง (Keratoconus) ที่ Scleral lens ไม่สัมผัสโดนกระจกตา (Cornea)

ที่มา : https://www.allaboutvision.com/contacts/scleral-lenses.htm

3. Corneal RGP Lens (Gas Permeable)

Corneal RGP Lens เป็นคอนแทคเลนส์กึ่งแข็งกึ่งนิ่มที่มีขนาดเล็กกว่าตาดำ ซึ่งออกซิเจนสามารถซึมผ่านได้สูง สามารถแก้ไขปัญหาค่าสายตาผิดปกติเยอะได้ดีกว่าคอนแทคเลนส์นิ่ม มีโอกาสตาเจ็บตาแดงจากการติดเชื้อยากกว่าคอนแทคเลนส์นิ่ม และไม่ทำให้ตาแห้งขณะใส่คอนแทคเลนส์ จึงทำให้มีสุขภาพตาดีกว่าการใส่คอนแทคเลนส์นิ่ม แต่การปรับตัวในช่วงแรกของการใส่เลนส์อาจจะยากกว่าคอนแทคเลนส์ชนิดอื่นๆเพราะตัวเลนส์จะสัมผัสที่ตาดำ ทำให้รู้สึกไม่สบายตาในครั้งแรกที่ใส่คอนแทคเลนส์ โดย Corneal RGP Lens แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

  1. Sphere corneal lens : ผิวหลังของเลนส์มีความโค้งเดียว เหมาะสำหรับผู้ที่มีสายตาเอียงน้อยกว่า 2.00 D
  2. Toric corneal lens : ผิวหลังของเลนส์มีความโค้ง 2 แนวแกน เพื่อแก้ไขค่าสายเอียงที่เกิดบนกระจกตา เหมาะสำหรับผู้ที่มีสายตาเอียงมากกว่า 2.00 D
4. Hybrid Lens

Hybrid Lens เป็นคอนแทคเลนส์ที่บริเวณตรงกลางของตัวเลนส์เป็นชนิดกึ่งแข็งกึ่งนิ่ม แต่รอบๆของตัวเลนส์เป็นชนิดนิ่ม ผลิตมาเพื่อแก้ไขข้อเสียของ Corneal RGP Lens ทำให้ผู้ใส่รู้สึกสบายตามากกว่าการใส่ Corneal RGP Lens และสามารถมองเห็นได้ชัดเจนกว่าการใส่คอนแทคเลนส์นิ่มอีกด้วย

ที่มา : https://www.opticianonline.net/cet-archive/4659

วิธีการใช้งาน Hybrid Lens เบื้องต้น

 

5. Custom Soft Lens

Custom Soft Lens คือ คอนแทคเลนส์นิ่มสั่งทำพิเศษสำหรับบุคคล มอบความสบายตาและการมองเห็นที่ชัดขึ้น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนไข้ที่มีค่าสายตาเยอะ ไม่สามารถใส่คอนแทคเลนส์นิ่มทั่วไปตามท้องตลาดได้ และไม่ชอบใส่เลนส์กึ่งแข็งกึ่งนิ่ม

ที่มา : https://artmostoceania.com.au/product/artmost-soft-ok-monthly-disposable/

นอกจากนี้ Custom Soft Lens ยังสามารถสั่งทำเป็นคอนแทคเลนส์นิ่มสำหรับคุมสายตาสั้น (Soft Ok Lens) ได้ ซึ่ง Soft Ok Lens นั้นมีวิธีการใส่เหมือนคอนแทคเลนส์นิ่มทั่วไป ใช้ใส่ขณะตื่นนอน สามารถคุมสายตาสั้นได้ใกล้เคียงกับ Ortho-K Lens  แต่เงื่อนไขสำหรับการใส่ Soft Ok Lens นั้นจะต้องดูหลายปัจจัย เช่น ขนาดรูม่านตา (Pupil) การใช้ชีวิตในแต่ละวัน และค่าสายตา เป็นต้น

6. คอนแทคเลนส์ที่ได้จากการสแกนผิวดวงตา 3 มิติ 

เป็นการสั่งตัดคอนแทคเลนส์ตามข้อมูลและค่าพารามิเตอร์ต่างๆจากการสแกนดวงตาด้วยเครื่องแสกนตา 3 มิติ เพื่อให้ได้คอนแทคเลนส์ที่เหมาะสมกับดวงตามากที่สุด โดยทำได้ทั้งเลนส์ขนาดเล็กและใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น OK lens, Scleral lens หรือ Corneal RGP lens แต่ยกเว้น Custom soft contact lens


ศึกษาข้อมูลเลนส์ต่างๆ เพิ่มเติม



ตาแห้งมาก (Severe Dry Eye)

ปัจจุบันพบว่ามีผู้ที่มีปัญหาตาแห้งเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจเกิดได้จาก การพักผ่อนน้อย การขาดสารอาหาร อายุที่เพิ่มขึ้น หรือ การใส่คอนแทคเลนส์นิ่ม ฯลฯ ซึ่งผู้ที่มีปัญหาตาแห้งส่วนใหญ่มักจะเป็นแบบไม่รุนแรง มีเพียงอาการแสบตา ส่วนใหญ่เมื่อใช้น้ำตาเทียม ประคบอุ่น หรือนวดเปลือกตา อาการก็จะดีขึ้นหรือหายไป

แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาตาแห้งมาก อาการตาแห้งจะรุนแรงกว่า เช่น แสบตา เจ็บตา หรือตาแดง มักจะพบในผู้ที่มีปัญหาต่อมน้ำตาผลิตน้ำตาน้อยมาก หรือไม่สามารถผลิตน้ำตาได้เลย เช่น ผู้ป่วยโรค Sjogren’s Syndrome และ Steven-Johnson Syndrome หรืออาจจะเกิดจากการระเหยของน้ำตาที่มากเกินไปในผู้ที่กระพริบตาไม่สนิท หรือกระพริบตาไม่ได้

ภาพแสดงให้เห็นถึงตาแดงที่เกิดจากตาแห้งมาก

ที่มา : https://www.choateeye.com/procedures/dry-eye-treatment

ภาพแสดงให้เห็นถึงตาปกติในคนที่สุขภาพตาดีหลังการรักษาตาแห้งมาก

ที่มา : https://www.choateeye.com/procedures/dry-eye-treatment

ปัญหาที่เกิดเมื่อตาแห้งมาก

ในผู้ที่มีปัญหาตาแห้งมาก มักจะพบปัญหาดังนี้

  1. เจ็บตาจากกระจกตาถลอก เนื่องจากน้ำตาที่ช่วยในการหล่อลื่นดวงตามีไม่เพียงพอ จึงทำให้เมื่อกระพริบตา เปลือกตาจะถูกับกระจกตาโดยตรง ทำให้กระจกตาถลอกและเจ็บตาได้ ซึ่งการใส่คอนแทคเลนส์พิเศษจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ เนื่องจากเมื่อใส่คอนแทคเลนส์ เปลือกตาจะถูกับเลนส์แทนที่จะถูกระจกตาโดยตรง ทำให้ไม่เจ็บตาจากกระจกตาถลอกได้

รูปภาพแสดงให้เห็นถึงกระจกตาที่ถลอกจากผู้ที่มีปัญหาตาแห้งมาก บริเวณตรงกลางตาดำจะพบจุดที่ถลอกจำนวนมาก

ที่มา : http://www.medrounds.org/dry-eye/2006/01/general-information-symptoms-and-cause.html

  1. มองเห็นไม่ชัด การมองเห็นในตาคนปกติ แสงที่เข้าสู่ตาจะหักเหผ่านชั้นน้ำตาที่เรียบและใส ทำให้แสงที่เข้าสู่ตาเป็นเส้นตรง ทำให้มองเห็นชัด แต่ในผู้ที่มีตาแห้งมาก ชั้นน้ำตาจะไม่เรียบ ทำให้แสงที่เข้าสู่ตาจะฟุ้งกระจายไม่เป็นเส้นตรง ทำให้มองเห็นไม่ชัด นอกจากนี้อาจเกิดได้จากกระจกตามีแผล กระจกตาขุ่นจากแผลถลอกที่กระจกตา ส่งผลให้กระจกตาไม่เรียบ (Irregular Cornea) ซึ่งการใส่คอนแทคเลนส์พิเศษจะช่วยได้ เนื่องจากแสงจะถูกหักเหผ่านผิวเลนส์ที่เรียบแทนกระจกตา ทำให้มองเห็นชัดเจน และช่วยลดกระจกตาถลอกทำให้กระจกตาไม่ขุ่นได้ (แต่ไม่สามารถลดกระจกตาที่ขุ่นไปแล้วได้)
  2. ตาแดง ตาแห้งทำให้กระจกตาถลอก จึงทำให้เกิดกระบวนการอักเสบ (Inflammation) กระบวนการนี้จะทำให้เกิดการขยายตัวของเส้นเลือด เพื่อส่งเม็ดเลือดขาวมาจัดการกับเชื้อโรคและลำเลียงสิ่งจำเป็นเพื่อมาซ่อมแซมกระจกตาที่เสียหาย ดังนั้น อาการตาแดงที่คนไข้เห็น มาจากเส้นเลือดที่ตาขยายตัวนั่นเอง ซึ่งคอนแทคเลนส์พิเศษ โดยเฉพาะ Scleral Lens สามารถป้องกันกระจกตาถลอกและตาแห้งได้ ทำให้ลดอาการตาแดงได้
  3. แพ้แสง อาการแพ้แสงของคนที่มีปัญหาตาแห้งเกิดจากการฟุ้งกระเจิงของแสงที่มักจะเกิดจากสาเหตุดังนี้
  • กระจกตาขุ่น ซึ่งคอนแทคเลนส์พิเศษจะช่วยป้องกันการเกิดแผลถลอกที่กระจกตา ทำให้กระจกตาไม่ขุ่นได้
  • ผิวกระจกตาไม่เรียบ การใส่คอนแทคเลนส์พิเศษ โดยเฉพาะ Scleral Lens จะช่วยให้อาการแพ้แสงลดลงได้ เพราะแสงจะหักเหผ่านผิวเลนส์ที่เรียบแทนกระจกตา ทำให้การฟุ้งกระเจิงของแสงลดลง

ภาพแสดงที่ผู้ที่มีปัญหากระจกตาถลอกจากตาแห้งมาก (รูปซ้าย) และการใส่ Scleral Lens ในผู้ที่มีปัญหากระจกตาถลอกจากตาแห้งมาก (รูปขวา)

ที่มา : https://www.reviewofcontactlenses.com/article/scleral-lenses-an-overlooked-fix-for-dry-eye

ตาแห้งมาก (Severe Dry Eye) รุนแรงแค่ไหน

ผู้ที่เป็นตาแห้งมาก มีความเสี่ยงถึงขั้นทำให้ตาบอดได้ เนื่องจากโดยปกติน้ำตาจะทำหน้าที่หล่อลื่นระหว่างกระจกตาและเปลือกตา ทำให้เปลือกตาไม่ถูกับกระจกตาโดยตรง แต่ในผู้ที่ตาแห้งมาก เมื่อกระพริบตา เปลือกตาจะถูกับกระจกตาโดยตรง เนื่องจากไม่มีชั้นน้ำตามาหล่อลื่น ทำให้กระจกตาถลอก เมื่อกระจกตาถลอกซ้ำๆเป็นเวลานาน จะทำให้ร่างกายสร้างเส้นเลือดมาที่กระจกตา (ในตาคนปกติ กระจกตาจะไม่มีเส้นเลือด) เพื่อรักษากระจกตาที่ถลอก ทำให้กระจกตาขุ่นและตาบอดในที่สุด นอกจากนี้ในผู้ที่กระพริบตาไม่สนิทหรือกระพริบตาไม่ได้ กระจกตาในส่วนที่ไม่มีน้ำตามาหล่อเลี้ยงจะแห้งและขุ่น ทำให้ตาบอดได้เช่นเดียวกัน

ภาพแสดงให้เห็นถึงกระจกตาที่ขุ่นมากจนทำให้ตาบอด เนื่องจากกระจกตาที่ขุ่นจะปิดกั้นแสงไม่ให้เข้าสู่ดวงตาได้

ที่มา : https://brucesegalmd.com/index.php/corneal-disease/

ตาแห้งมากสามารถใส่คอนแทคเลนส์ได้ไหม

ไม่แนะนำการใส่คอนแทคเลนส์นิ่มในผู้ที่มีปัญหาตาแห้งมาก เนื่องจากคอนแทคเลนส์นิ่มจะคอยดูดน้ำตาเพื่อทำให้ตัวเลนส์มีความอมน้ำอยู่เสมอ แต่สามารถใส่คอนแทคเลนส์พิเศษได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ คอนแทคเลนส์กึ่งแข็งกึ่งนิ่มขนาดใหญ่กว่าตาดำ (Scleral Lens) เนื่องจากเลนส์จะถูกออกแบบให้เก็บน้ำไว้ใต้เลนส์เพื่อหล่อเลี้ยงดวงตาอยู่ตลอดเวลา ทำให้กระจกตาไม่แห้งอีกต่อไป (การใส่ Scleral Lens เป็นการรักษาผู้ที่มีปัญหาตาแห้งมากที่ดีที่สุดวิธีหนึ่ง)

ภาพแสดงถึงการใส่ Scleral Lens จะเห็นว่าระหว่างบริเวณตรงกลางเลนส์ (Optic Zone) และกระจกตา (Cornea) จะมีช่องว่างเพื่อเก็บน้ำไว้ (Fluid Reservoir) ทำให้กระจกตาไม่แห้ง

ที่มา : https://mypremiereyecare.com/scleral-contact-lenses/

อ่านตัวอย่างเคสคนไข้ใส่ Scleral Lens เพื่อแก้ไขปัญหาตาแห้งเพิ่มเติม (คลิก)


ข้อควรรู้ก่อนใช้คอนแทคเลนส์ครั้งแรก

ที่มา : https://www.allaboutvision.com

สำหรับผู้ที่เริ่มใส่คอนแทคเลนส์ครั้งแรก จำเป็นต้องผ่านการตรวจค่าสายตา สุขภาพตา ว่าเหมาะสมที่จะใส่คอนแทคเลนส์หรือไม่ เนื่องจากการเริ่มใส่ครั้งแรกมีความสำคัญอย่างมาก เพราะมีผลต่อความคมชัด ความสบายตาและสุขภาพตาในอนาคตได้ ซึ่งขั้นตอนการตรวจที่ถูกต้องมีดังนี้

  1. เมื่อถูกถามถึงประวัติการใช้สายตาในชีวิตประจำวัน ความจำเป็นในการใส่คอนแทคเลนส์ ควรตอบข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วน
  2. ต้องผ่านการตรวจสายตาอย่างละเอียดเพื่อจะได้ทราบว่าค่าสายตาของตัวเองนั้นมีสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียงเท่าไหร่ นอกจากนี้ค่าสายตาในคอนแทคเลนส์ที่เราจะใส่กับค่าสายตาในแว่นที่เราใส่ จะมีความแตกต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับค่าสายตาที่วัดได้
  3. ต้องตรวจสุขภาพตาเบื้องต้น เพื่อดูว่าสุขภาพตาของคนไข้เหมาะที่จะใส่คอนแทคเลนส์หรือไม่ เนื่องจากคอนแทคเลนส์จะต้องเกาะติดอยู่กับตาของเราตลอดเวลา หากสุขภาพตาของคนไข้ไม่ดีพอ เช่น มีภูมิแพ้ขึ้นตาเยอะ ตาแห้งมาก กระจกตามีแผล ต้อเนื้อ หรือกระจกตาย้วย จะไม่เหมาะที่จะใส่คอนแทคเลนส์ เพราะนอกจากจะใส่ไม่สบายตาแล้ว ยังเสี่ยงที่จะทำให้ตาติดเชื้อได้
  4. ตรวจความโค้งกระจกตา เพื่อช่วยในการเลือกคอนแทคเลนส์ที่สามารถใส่ได้พอดีกับตาของคนไข้
  5. เมื่อตรวจสุขภาพตาแล้วพบว่าสุขภาพตาดี สามารถใส่คอนแทคเลนส์ได้ คนไข้จะต้องได้รับการทดลองใส่คอนแทคเลนส์
  6. ทางร้านแว่นที่คนไข้ทำการตรวจจะเตรียมคอนแทคเลนส์ที่ความโค้งพอดีกับตาคนไข้ และค่าสายตาถูกต้อง เพื่อให้คนไข้ใส่ จากนั้นจะมีการตรวจสายตาอย่างละเอียดทับขณะใส่คอนแทคเลนส์อีกรอบ (Over Refraction)  เพื่อยืนยันว่าค่าสายตาในคอนแทคเลนส์ที่ให้คนไข้ใส่นั้น สามารถแก้ไขให้คนไข้มองเห็นได้ชัดใกล้เคียงหรือเท่ากับคนที่มีสายตาปกติ
  7. หากทางร้านแว่นที่ทำการตรวจมีคอนแทคเลนส์ที่เบอร์สายตาและความโค้งพอดีกับตาคนไข้ คนไข้สามารถซื้อกลับได้เลย แต่หากไม่มีทางร้านจะต้องทำการสั่งคอนแทคเลนส์ซึ่งจะต้องนัดรับในภายหลัง
  8. ควรมีการนัดติดตามผลหลังได้รับคอนแทคเลนส์ไปใส่แล้วอยู่เสมอ

การฝึกใส่ถอดคอนแทคเลนส์

  • วีดีโอการใส่-ถอดคอนแทคเลนส์นิ่ม

การดูแลรักษาคอนแทคเลนส์

ควรใช้น้ำยาล้างคอนแทคเลนส์ในการทำความสะอาดคอนแทคเลนส์เท่านั้น ไม่ควรใช้น้ำประปา หรือน้ำเกลือในการแช่คอนแทคเลนส์

  • วีดีโอการทำความสะอาดคอนแทคเลนส์นิ่ม

หากไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างถูกต้องอาจเกิดผลเสียอย่างไร

  1. ค่าสายตาของคอนแทคเลนส์ที่ไม่ตรงกับค่าสายตาของคนไข้ จะทำให้ความคมชัดลดลง และ ปวดตาได้
  2. คอนแทคเลนส์ที่ความโค้งและขนาดไม่พอดีกับตาคนไข้ อาจทำให้เกิดการระคายเคืองตา ตาเจ็บ ตาแดง และตาอักเสบได้
  3. การดูแลรักษาคอนแทคเลนส์ไม่ถูกวิธีเป็นเหตุให้ตาเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้
  4. เมื่อใส่คอนแทคเลนส์หลังจากแช่น้ำยาทำความสะอาดแล้วมีอาการแสบตา หรือเคืองตา ให้ถอดออกมาล้างน้ำเกลือใหม่ 2-3 รอบ เนื่องจากคนไข้บางคนอาจแพ้สารกันเสียที่มีอยู่ในน้ำยาล้างคอนแทคเลนส์ได้
  5. การใส่ถอดคอนแทคเลนส์ไม่ถูกวิธี อาจส่งผลให้ดวงตาได้รับบาดเจ็บ และอาจทำให้ตาติดเชื้อได้


คอนแทคเลนส์คืออะไร และมีกี่ชนิด?

                 คอนแทคเลนส์คือพลาสติกใส มีลักษณะวงกลมคล้ายถ้วย ใส่เพื่อความสวยงาม การใช้ทางการแพทย์ และแก้ไขค่าสายตาผิดปกติ ได้แก่ สายตาสั้น (Myopia), สายตาเอียง (Astigmatism), สายตายาวตั้งแต่เกิด (Hyperopia), และสายตายาวตามวัย (Presbyopia)

โดยชนิดของคอนแทคเลนส์หากแบ่งตามวัสดุ มี 3 ชนิด ได้แก่

1. คอนแทคเลนส์แบบนิ่ม (Soft contact lens)

คอนแทคเลนส์นิ่มเป็นชนิดที่หาซื้อง่ายที่สุด มีขนาดใหญ่กว่าตาดำ มีทั้งแบบรายวัน รายเดือน และรายสองสัปดาห์ ซึ่งคอนแทคเลนส์นิ่มนั้น สามารถแบ่งได้อีก 2 ชนิด คือ

    1. Hydrogelคอนแทคเลนส์นิ่มที่มีค่าความอมน้ำสูง (High water content) ทำให้ตัวคอนแทคเลนส์มีความนิ่มมาก และออกซิเจนซึมผ่านเข้าตัวคอนแทคเลนส์ได้น้อย จึงทำให้ไม่เหมาะที่จะใส่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน เนื่องจากจะทำให้ตาแห้งมากและตาแดงได้
    2. Silicone Hydrogelคอนแทคเลนส์นิ่มที่มีค่าความอมน้ำต่ำกว่าชนิด Hydrogel แต่ออกซิเจนสามารถซึมผ่านเข้าตัวคอนแทคเลนส์ได้ดีกว่ามาก ดีต่อสุขภาพตา ทำให้สามารถใส่ได้นานกว่าชนิด Hydrogel แต่ก็ไม่ควรใส่เกิน 12 ชั่วโมงต่อวัน

ที่มา : https://ocyvision.lumpineemuaythai.com/1-day-ocula/

2. คอนแทคเลนส์ชนิดกึ่งแข็ง (RGP lens, Scleral lens)

มีทั้งขนาดเล็กกว่าตาดำ และใหญ่กว่าตาดำ การใส่คอนแทคเลนส์ชนิดเล็กกว่าตาดำ ช่วงใส่ครั้งแรกจะรู้สึกเคืองตาอยู่เล็กน้อย แต่ข้อดีคือสามารถป้องกันเรื่องตาแห้งจากการใส่คอนแทคเลนส์ได้ และได้ความคมชัดที่มากกว่าแว่นสายตาหรือคอนแทคเลนส์แบบนิ่มในกลุ่มคนที่มีค่าสายตาเยอะ

ที่มา : http://www.precisionfamilyeyecare.com/specialty-contact-lenses/

3.ไฮบริดเลนส์ (Hybrid lens)

เป็นคอนแทคเลนส์ที่รวมข้อดีของคอนแทคเลนส์ชนิดแข็งและนิ่มมารวมกัน คือ โซนตรงกลางคอนแทคเลนส์จะเป็นชนิดกึ่งแข็งกึ่งนิ่ม และบริเวณขอบคอนแทคเลนส์จะเป็นชนิดนิ่ม

ที่มา : https://www.youreyecarecenter.com/

ทั้งนี้ก่อนใส่คอนแทคเลนส์ครั้งแรก ควรปรึกษานักทัศนมาตร หรือจักษุแพทย์ เพื่อทำการตรวจประเมินสุขภาพตาก่อนใส่คอนแทคเลนส์ แะเลือกชนิดคอนแทคเลนส์ให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล




Contact us


Send us an email

drbird@gmail.com


Facebook

https://www.facebook.com/DrBirdVP/


Line@

@drbirdcl



Video



Contact us


Call us

Rutnin-Gimbel Lasik Center : 02-056-3355
Doctor Vision : 02-734-0911, 081-7344552


Visit us

Rutnin-Gimbel Lasik Center
Doctor Vision (Bangkapi)


Send us an email

drbirdcl@gmail.com




Social networks


Facebook

https://www.facebook.com/DrBirdVP


Chat with us

Line : @drbirdcl




Copyright by BoldThemes 2018. All rights reserved.





Copyright by BoldThemes 2018. All rights reserved.