บทความ

บทความน่าสนใจ

สาระความรู้เกี่ยวกับสายตาที่เราอัพเดทให้คุณได้ติดตาม เพื่อประโยชน์กับตัวคุณเองและครอบครัว และคนที่ท่านรัก

เป็นบทความที่เขียนด้วยนายแพทย์ เชี่ยวชาญเฉพาะทาง


คอนแทคเลนส์พิเศษ

เป็นคอนแทคเลนส์สั่งตัดเฉพาะ เพื่อให้เหมาะสมกับดวงตาและค่าสายตาที่ไม่สามารถใส่เลนส์ตามท้องตลาดได้ และไม่ใช่คอนแทคเลนส์นิ่มที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไป

คอนแทคเลนส์พิเศษหากแบ่งตามลักษณะการใช้งาน มี 6 ชนิด

1. Ok-Lens (Orthokeratology Lens, Ortho-K Lens)

Ok-Lens เป็นคอนแทคเลนส์กึ่งแข็งกึ่งนิ่มที่มีขนาดเล็กกว่าตาดำ ใส่เฉพาะเวลานอนหลับ เพราะ Ok-Lens จะไปปรับความโค้งกระจกตาแบบชั่วคราว เพื่อแก้ไขค่าสายตาผิดปกติ หลังจากตื่นและถอดคอนแทคเลนส์แล้ว ผู้ใส่จะสามารถมองเห็นใกล้เคียงหรือเทียบเท่าคนที่มีค่าสายตาปกติ นอกจากนี้ยังได้ประโยชน์ในคนไข้ที่ค่าสายตาสั้นเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี หรือมีปัญหาต้องเปลี่ยนแว่นสายตาทุกปีเนื่องจากค่าสายตาเพิ่ม เพราะ Ok-Lens จะช่วยควบคุมสายตาสั้นให้เพิ่มช้าลง หรือหยุดเพิ่มได้

ที่มา : https://eyecingonthecake.com/2019/11/29/orthokeratology/

Ok-Lens ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ว่าสามารถใส่นอนได้อย่างปลอดภัย อีกทั้งออกซิเจนยังสามารถซึมผ่านได้สูง เนื่องจาก Ok-Lens ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใส่ขณะนอนหลับโดยเฉพาะ อ้างอิงจาก https://www.aaojournal.org/article/S0161-6420(18)33073-2/pdf

2. Scleral Lens

Scleral Lens เป็นคอนแทคเลนส์กึ่งแข็งกึ่งนิ่มที่มีขนาดใหญ่กว่าตาดำ เหมาะสำหรับคนไข้ที่มีปัญหาตาแห้ง กระจกตาไม่เรียบ กระจกตาโป่งพอง กระจกตาย้วย ผู้ป่วยที่มีปัญหาค่าสายตาเยอะ ผู้ป่วยที่มีปัญหาการมองเห็นหลังการผ่าตัดแก้ไขค่าสายตา ฯลฯ ซึ่งปัญหาที่กล่าวมาแม้จะแก้ไขด้วยแว่นสายตา หรือคอนแทคเลนส์นิ่มแล้วก็ยังมองเห็นไม่ชัดเจนเท่าคนปกติ แต่ Scleral Lens จะทำให้ผู้ใส่สามารถกลับมามองเห็นได้ใกล้เคียงหรือเทียบเท่าคนปกติได้ นอกจากนี้ Scleral Lens ยังเป็นคอนแทคเลนส์ที่ใส่สบายตา เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาตาแห้ง และหลุดออกจากตาได้ยาก เพราะตัวเลนส์จะสัมผัสเฉพาะตาขาว ไม่สัมผัสโดนตาดำหรือกระจกตา

ภาพตัวอย่างการใส่ Scleral Lens ในผู้ป่วยกระจกตาโป่ง (Keratoconus) ที่ Scleral lens ไม่สัมผัสโดนกระจกตา (Cornea)

ที่มา : https://www.allaboutvision.com/contacts/scleral-lenses.htm

3. Corneal RGP Lens (Gas Permeable)

Corneal RGP Lens เป็นคอนแทคเลนส์กึ่งแข็งกึ่งนิ่มที่มีขนาดเล็กกว่าตาดำ ซึ่งออกซิเจนสามารถซึมผ่านได้สูง สามารถแก้ไขปัญหาค่าสายตาผิดปกติเยอะได้ดีกว่าคอนแทคเลนส์นิ่ม มีโอกาสตาเจ็บตาแดงจากการติดเชื้อยากกว่าคอนแทคเลนส์นิ่ม และไม่ทำให้ตาแห้งขณะใส่คอนแทคเลนส์ จึงทำให้มีสุขภาพตาดีกว่าการใส่คอนแทคเลนส์นิ่ม แต่การปรับตัวในช่วงแรกของการใส่เลนส์อาจจะยากกว่าคอนแทคเลนส์ชนิดอื่นๆเพราะตัวเลนส์จะสัมผัสที่ตาดำ ทำให้รู้สึกไม่สบายตาในครั้งแรกที่ใส่คอนแทคเลนส์ โดย Corneal RGP Lens แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

  1. Sphere corneal lens : ผิวหลังของเลนส์มีความโค้งเดียว เหมาะสำหรับผู้ที่มีสายตาเอียงน้อยกว่า 2.00 D
  2. Toric corneal lens : ผิวหลังของเลนส์มีความโค้ง 2 แนวแกน เพื่อแก้ไขค่าสายเอียงที่เกิดบนกระจกตา เหมาะสำหรับผู้ที่มีสายตาเอียงมากกว่า 2.00 D
4. Hybrid Lens

Hybrid Lens เป็นคอนแทคเลนส์ที่บริเวณตรงกลางของตัวเลนส์เป็นชนิดกึ่งแข็งกึ่งนิ่ม แต่รอบๆของตัวเลนส์เป็นชนิดนิ่ม ผลิตมาเพื่อแก้ไขข้อเสียของ Corneal RGP Lens ทำให้ผู้ใส่รู้สึกสบายตามากกว่าการใส่ Corneal RGP Lens และสามารถมองเห็นได้ชัดเจนกว่าการใส่คอนแทคเลนส์นิ่มอีกด้วย

ที่มา : https://www.opticianonline.net/cet-archive/4659

วิธีการใช้งาน Hybrid Lens เบื้องต้น

 

5. Custom Soft Lens

Custom Soft Lens คือ คอนแทคเลนส์นิ่มสั่งทำพิเศษสำหรับบุคคล มอบความสบายตาและการมองเห็นที่ชัดขึ้น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนไข้ที่มีค่าสายตาเยอะ ไม่สามารถใส่คอนแทคเลนส์นิ่มทั่วไปตามท้องตลาดได้ และไม่ชอบใส่เลนส์กึ่งแข็งกึ่งนิ่ม

ที่มา : https://artmostoceania.com.au/product/artmost-soft-ok-monthly-disposable/

นอกจากนี้ Custom Soft Lens ยังสามารถสั่งทำเป็นคอนแทคเลนส์นิ่มสำหรับคุมสายตาสั้น (Soft Ok Lens) ได้ ซึ่ง Soft Ok Lens นั้นมีวิธีการใส่เหมือนคอนแทคเลนส์นิ่มทั่วไป ใช้ใส่ขณะตื่นนอน สามารถคุมสายตาสั้นได้ใกล้เคียงกับ Ortho-K Lens  แต่เงื่อนไขสำหรับการใส่ Soft Ok Lens นั้นจะต้องดูหลายปัจจัย เช่น ขนาดรูม่านตา (Pupil) การใช้ชีวิตในแต่ละวัน และค่าสายตา เป็นต้น

6. คอนแทคเลนส์ที่ได้จากการสแกนผิวดวงตา 3 มิติ 

เป็นการสั่งตัดคอนแทคเลนส์ตามข้อมูลและค่าพารามิเตอร์ต่างๆจากการสแกนดวงตาด้วยเครื่องแสกนตา 3 มิติ เพื่อให้ได้คอนแทคเลนส์ที่เหมาะสมกับดวงตามากที่สุด โดยทำได้ทั้งเลนส์ขนาดเล็กและใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น OK lens, Scleral lens หรือ Corneal RGP lens แต่ยกเว้น Custom soft contact lens


ศึกษาข้อมูลเลนส์ต่างๆ เพิ่มเติม



แผลที่กระจกตาไม่ยอมหาย (Persistent Epithelial Defect)

โดยปกติแล้วเมื่อกระจกตาเกิดแผลมักจะหายได้เองภายใน 7 วัน จากกระบวนการซ่อมแซมตนเองของร่างกาย หากแผลที่เกิดขึ้นไม่ลึก หรือเกิดแผลที่ชั้นหนังกำพร้าของกระจกตา (Epithelium) หลังแผลหาย กระจกตาจะกลับมาใสดังเดิม แต่ในบางกรณี แผลที่ตาไม่ยอมหาย หายช้า หรือเมื่อหายแล้วกลับมาเป็นอีก เช่นการเป็นโรค Bullous keratopathy, Band keratopathy หรือ ผู้ป่วยตาแห้งมาก เป็นต้น

รูปภาพแสดงให้เห็นถึงรอยแผลที่ชั้น Epithelium ของกระจกตา

ที่มา : https://www.reviewofoptometry.com/article/fixing-a-hole-how-to-heal-persistent-epithelial-defects

แผลกระจกตาที่ไม่ยอมหายมักจะสร้างปัญหาให้คนไข้เป็นอย่างมาก ซึ่งการใช้คอนแทคเลนส์จะช่วยแก้ปัญหาได้ ดังนี้

  1. เมื่อเป็นแผลที่กระจกตา เวลาที่กระพริบตาจะรู้สึกเจ็บปวดเนื่องจากเปลือกตาไปถูโดนแผลที่กระจกตาโดยตรง ดังนั้น การใส่คอนแทคเลนส์จะช่วยให้จะรู้สึกเจ็บปวดน้อยลงได้ เมื่อเทียบกับการปิดพลาสเตอร์ที่กระจกตา เนื่องจากเมื่อกระพริบตา เปลือกตาจะถูคอนแทคเลนส์แทน
  2. นอกจากคอนแทคเลนส์จะช่วยลดการเจ็บปวดแล้ว ยังช่วยให้แผลที่กระจกตาหายเร็วขึ้นด้วย เพราะแผลไม่โดนสัมผัสโดยตรง ทำให้แผลสามารถสมานตัวเองได้ไวขึ้น (ขอเปรียบเทียบเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น สมมติว่าเรามีแผลที่หัวเข่า หากเราชนหรือถูแผลระหว่างที่แผลยังไม่หายดี ก็จะทำให้แผลถลอกซ้ำไปซ้ำมาไม่หายสักที แต่หากเราปิดพลาสเตอร์ยา ก็จะลดโอกาสที่แผลจะถูกสัมผัสโดยตรง ทำให้แผลหายไวขึ้น)
  3. การใส่คอนแทคเลนส์ โดยเฉพาะคอนแทคเลนส์กึ่งแข็งกึ่งนิ่ม ยังช่วยเรื่องการมองเห็นอีกด้วย เนื่องจากคอนแทคเลนส์กึ่งแข็งกึ่งนิ่มจะช่วยหักเหแสงแทนกระจกตา เพราะเมื่อกระจกตาเป็นแผลจะทำให้เกิดกระจกตาไม่เรียบ ทำให้การมองเห็นไม่ชัดเจนแม้จะใส่แว่นสายตา ศึกษากระจกตาไม่เรียบได้ที่  https://www.drbirdcl.com/2020/04/27/3322/

รูปภาพแสดงให้เห็นถึงดวงตาที่ใส่ Bandage Contact Lens

นอกจากการใส่คอนแทคเลนส์เพื่อรักษาแผลที่กระจกตา (Bandage Contact Lens) แล้ว ยังมีการใช้คอนแทคเลนส์หลังการผ่าตัดแก้ไขค่าสายตา เช่น PRK และ ใช้เพื่ออุดรูรั่วเล็กๆของดวงตา เป็นตา

อย่างไรก็ดี การใช้คอนแทคเลนส์ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญด้านคอนแทคเลนส์อย่างเคร่งครัด เนื่องจากการใช้คอนแทคเลนส์ในดวงตาที่เป็นแผลอยู่ อาจมีความเสี่ยงต่อปัญหาดวงตาติดเชื้อเพิ่มขึ้น

ดร. วุฒิพงษ์ พึงพิพัฒน์ (ดร.เบิร์ด) อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสายตาและคอนแทคเลนส์ (O.D., M.Sc., FIAO, FAAOMC)



กระจกตาไม่เรียบ (Irregular Cornea) 

กระจกตาไม่เรียบเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้คนเรามองเห็นไม่ชัด และเห็นภาพมีเงาซ้อน ซึ่งเป็นความผิดปกติของกระจกตาที่เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ประสบอุบัติเหตุ  โรคตา การผ่าตัดตา ฯลฯ

ลักษณะของกระจกตาปกติ

กระจกตาปกติ (Regular Cornea) ควรมีความใสและความเรียบ

ที่มา : https://webeye.ophth.uiowa.edu/eyeforum/tutorials/Cornea-Transplant-Intro/5-DMEK.htm

กระจกตาเรียบ (Regular Cornea)                               กระจกตาไม่เรียบ (Irregular Cornea) ในผู้ป่วยกระจกตาโป่ง

   ที่มา : https://avedro.com/fda-approved-treatment-option-for-keratoconus-a-sight-threatening-eye-disease/

กระจกตาขุ่น (Cornea Opacity) จะเห็นเป็นฝ้าสีขาวซึ่งจะบดบังการมองเห็น

ที่มา : https://www.imo.es/en/corneal-opacity

กระจกตาไม่เรียบเป็นอย่างไร

กระจกตาไม่เรียบทำให้เกิดการมองเห็นภาพไม่ชัด และเห็นเงาซ้อน (สายตาเอียง) ซึ่งสายตาเอียงที่เกิดจากกระจกตาแบ่งได้ 2 ประเภท คือ

  1. Regular Astigmatism คือ สายตาเอียงที่มีแกนองศาที่แน่นอน กระจกตามีความเป็นระเบียบ สามารถแก้ไขด้วยแว่นได้
  2. Irregular Astigmatism คือ สายตาเอียงที่เกิดจากกระจกตาไม่เรียบ แกนองศาไม่แน่นอน ไม่สามารถแก้ไขด้วยแว่นสายตาได้ การแก้ไขที่ดีที่สุดคือการใส่คอนแทคเลนส์ชนิดกึ่งนิ่มกึ่งแข็ง ซึ่งจะทำให้ความคมชัดในการมองเห็นเพิ่มขึ้นสูงสุด

(A) Regular Astigmatism สีแต่ละสีบ่งบอกถึง                          (B) Irregular Astigmatism สีแต่ละสีบ่งบอกถึงความ

ความโค้งของกระจกตาในแต่ละแกน                                                 โค้งของกระจกตาในแต่ละแกนซึ่งไม่มีความ

ซึ่งมีความเป็นระเบียบ และมีความสมมาตรกัน                                                             เป็นระเบียบ

ที่มา : http://www.vision-and-eye-health.com/keratoconus.html

กระจกตาไม่เรียบเกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง

สาเหตุของกระจกตาไม่เรียบ สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้

  1. โรคตาต่างๆที่ทำให้กระจกตาบางลง เช่น Keratoconus, Keratoglobus  และ Pullucid Marginal Degeneration
  2. โรคกระจกตาติดเชื้อ ทำให้มีแผลเป็นที่กระจกตาหลังทำการรักษา เช่น ติดเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้ออะมีบา
  3. อุบัติเหตุที่กระทบกับกระจกตาโดยตรง เช่น โดนวัตถุใดๆทิ่มกระจกตา หรืออุบัติเหตุจากการเล่นกีฬา
  4. การผ่าตัดทางตา เช่น การผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา หรือผลข้างเคียงหลังทำการผ่าตัดแก้ไขค่าสายตา (LASIK)

ผลเสียจากกระจกตาไม่เรียบ

เมื่อกระจกตาไม่เรียบ ทำให้มองเห็นภาพไม่ชัดที่เกิดจากค่าสายตาเอียงซึ่งไม่สามารถแก้ไขด้วยแว่นตาเพื่อการมองเห็นสูงสุดได้ ในสายตาเอียงที่เกิดจาก Regular Astigmatism แสงที่เข้าสู่ตาไม่ตกกระทบที่จอประสาทตา สายตาเอียงจะมองเห็นภาพในสองแนวแกนชัดไม่เท่ากัน โดยจะเห็นแนวแกนหนึ่งชัดกว่าอีกแนวแกนหนึ่งที่ตั้งฉากกันเสมอ ยกตัวอย่างเช่น มองเห็นเส้นแนวนอนชัด แต่มองเห็นเส้นแนวตั้งไม่ชัด

รูปภาพแสดงให้เห็นถึงสายตาเอียงแบบ Regular Astigmatism (focal point คือตำแหน่งที่แสงตกกระทบภายในจอประสาทตา)

ที่มา : https://www.rosineyecare.com/astigmatism/

แต่ในคนที่กระจกตาไม่เรียบนั้นจะส่งผลให้เกิดสายตาเอียงแบบ Irregular Astigmatism ซึ่งแสงที่เข้าสู่ตาจะฟุ้งกระจายเป็นหลายแกนจากความไม่เรียบ ทำให้มีแกนที่มองเห็นไม่ชัดเยอะ ส่งผลให้ไม่สามารถแก้ไขด้วยแว่นสายตาได้ เนื่องจากแว่นสายตาจะแก้ค่าสายตาเอียงให้ชัดได้เพียงแกนเดียว แต่ในผู้ป่วยกระจกตาไม่เรียบ จะมีแกนองศาเอียงมากกว่า 2 แกน

รูปภาพสายตาเอียงแบบ Irregular Astigmatism แสดงถึงแสงที่เข้าสู่ตามีความฟุ้งกระจายเป็นหลายแกนจากความไม่เรียบของกระจกตาในผู้ป่วยโรค Keratoconus (กระจกตาโป่ง)

ที่มา : https://defeatkeratoconus.com/vision-disturbances-of-keratoconus/

การรักษากระจกตาไม่เรียบ

การรักษากระจกตาไม่เรียบนั้นจะรักษาตามความรุนแรงของอาการ ดังนี้

  1. ในกรณีที่ไม่สามารถใส่คอนแทคเลนส์ได้ หรือใส่แล้วไม่ช่วยให้มองเห็นชัดเจนขึ้น คนไข้อาจจะต้องได้รับการผ่าตัด เช่น การทำ Intracorneal ring segments implantation (ICRS) ซึ่งจะเป็นการใส่ ring เข้าไปในกระจกตาเพื่อไม่ให้กระจกตาโป่งมากขึ้น และช่วยลดความโค้งกระจกตา ทำให้ค่าสายตาเอียงลดลงด้วย
  2. หากกระจกตาไม่เรียบจนทำให้เกิดความขุ่น คนไข้อาจจะต้องได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา (corneal transplant)
  3. การผ่าตัดที่กำลังฮือฮาในต่างประเทศในปัจจุบัน คือ วิธี Corneal collagen cross link (CXL) เป็นการแช่กระจกตาด้วยสาร Ribroflavin แล้วตามด้วยการยิงกระจกตาด้วยแสงเลเซอร์ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงในเนื้อกระจกตา

การแก้ไขการมองเห็นในคนไข้กระจกตาไม่เรียบ

               คนไข้ที่มีกระจกตาไม่เรียบ จะทำให้เกิดค่าสายตาเอียง (Irregular Astigmatism) ที่ไม่สามารถแก้ไขด้วยแว่นสายตาได้ทั้งหมด ทำให้ผู้ป่วยเห็นภาพเป็นเงาซ้อน ซึ่งในกรณีนี้การแก้ไขที่จะทำให้ผู้ป่วยกลับมามองเห็นได้ชัดเจนที่สุด คือ การใส่คอนแทคเลนส์กึ่งแข็งกึ่งนิ่มชนิดใหญ่กว่าตาดำ (Scleral Lens) เนื่องจากมีขนาดใหญ่กว่าตาดำ และเลนส์ไม่สัมผัสกับกระจกตา ทำให้ไม่ระคายเคืองตา และเลนส์ยังหลุดจากตาได้ยากอีกด้วย

ที่มา : https://www.allaboutvision.com/contacts/scleral-lenses.htm



ตาแห้งมาก (Severe Dry Eye)

ปัจจุบันพบว่ามีผู้ที่มีปัญหาตาแห้งเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจเกิดได้จาก การพักผ่อนน้อย การขาดสารอาหาร อายุที่เพิ่มขึ้น หรือ การใส่คอนแทคเลนส์นิ่ม ฯลฯ ซึ่งผู้ที่มีปัญหาตาแห้งส่วนใหญ่มักจะเป็นแบบไม่รุนแรง มีเพียงอาการแสบตา ส่วนใหญ่เมื่อใช้น้ำตาเทียม ประคบอุ่น หรือนวดเปลือกตา อาการก็จะดีขึ้นหรือหายไป

แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาตาแห้งมาก อาการตาแห้งจะรุนแรงกว่า เช่น แสบตา เจ็บตา หรือตาแดง มักจะพบในผู้ที่มีปัญหาต่อมน้ำตาผลิตน้ำตาน้อยมาก หรือไม่สามารถผลิตน้ำตาได้เลย เช่น ผู้ป่วยโรค Sjogren’s Syndrome และ Steven-Johnson Syndrome หรืออาจจะเกิดจากการระเหยของน้ำตาที่มากเกินไปในผู้ที่กระพริบตาไม่สนิท หรือกระพริบตาไม่ได้

ภาพแสดงให้เห็นถึงตาแดงที่เกิดจากตาแห้งมาก

ที่มา : https://www.choateeye.com/procedures/dry-eye-treatment

ภาพแสดงให้เห็นถึงตาปกติในคนที่สุขภาพตาดีหลังการรักษาตาแห้งมาก

ที่มา : https://www.choateeye.com/procedures/dry-eye-treatment

ปัญหาที่เกิดเมื่อตาแห้งมาก

ในผู้ที่มีปัญหาตาแห้งมาก มักจะพบปัญหาดังนี้

  1. เจ็บตาจากกระจกตาถลอก เนื่องจากน้ำตาที่ช่วยในการหล่อลื่นดวงตามีไม่เพียงพอ จึงทำให้เมื่อกระพริบตา เปลือกตาจะถูกับกระจกตาโดยตรง ทำให้กระจกตาถลอกและเจ็บตาได้ ซึ่งการใส่คอนแทคเลนส์พิเศษจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ เนื่องจากเมื่อใส่คอนแทคเลนส์ เปลือกตาจะถูกับเลนส์แทนที่จะถูกระจกตาโดยตรง ทำให้ไม่เจ็บตาจากกระจกตาถลอกได้

รูปภาพแสดงให้เห็นถึงกระจกตาที่ถลอกจากผู้ที่มีปัญหาตาแห้งมาก บริเวณตรงกลางตาดำจะพบจุดที่ถลอกจำนวนมาก

ที่มา : http://www.medrounds.org/dry-eye/2006/01/general-information-symptoms-and-cause.html

  1. มองเห็นไม่ชัด การมองเห็นในตาคนปกติ แสงที่เข้าสู่ตาจะหักเหผ่านชั้นน้ำตาที่เรียบและใส ทำให้แสงที่เข้าสู่ตาเป็นเส้นตรง ทำให้มองเห็นชัด แต่ในผู้ที่มีตาแห้งมาก ชั้นน้ำตาจะไม่เรียบ ทำให้แสงที่เข้าสู่ตาจะฟุ้งกระจายไม่เป็นเส้นตรง ทำให้มองเห็นไม่ชัด นอกจากนี้อาจเกิดได้จากกระจกตามีแผล กระจกตาขุ่นจากแผลถลอกที่กระจกตา ส่งผลให้กระจกตาไม่เรียบ (Irregular Cornea) ซึ่งการใส่คอนแทคเลนส์พิเศษจะช่วยได้ เนื่องจากแสงจะถูกหักเหผ่านผิวเลนส์ที่เรียบแทนกระจกตา ทำให้มองเห็นชัดเจน และช่วยลดกระจกตาถลอกทำให้กระจกตาไม่ขุ่นได้ (แต่ไม่สามารถลดกระจกตาที่ขุ่นไปแล้วได้)
  2. ตาแดง ตาแห้งทำให้กระจกตาถลอก จึงทำให้เกิดกระบวนการอักเสบ (Inflammation) กระบวนการนี้จะทำให้เกิดการขยายตัวของเส้นเลือด เพื่อส่งเม็ดเลือดขาวมาจัดการกับเชื้อโรคและลำเลียงสิ่งจำเป็นเพื่อมาซ่อมแซมกระจกตาที่เสียหาย ดังนั้น อาการตาแดงที่คนไข้เห็น มาจากเส้นเลือดที่ตาขยายตัวนั่นเอง ซึ่งคอนแทคเลนส์พิเศษ โดยเฉพาะ Scleral Lens สามารถป้องกันกระจกตาถลอกและตาแห้งได้ ทำให้ลดอาการตาแดงได้
  3. แพ้แสง อาการแพ้แสงของคนที่มีปัญหาตาแห้งเกิดจากการฟุ้งกระเจิงของแสงที่มักจะเกิดจากสาเหตุดังนี้
  • กระจกตาขุ่น ซึ่งคอนแทคเลนส์พิเศษจะช่วยป้องกันการเกิดแผลถลอกที่กระจกตา ทำให้กระจกตาไม่ขุ่นได้
  • ผิวกระจกตาไม่เรียบ การใส่คอนแทคเลนส์พิเศษ โดยเฉพาะ Scleral Lens จะช่วยให้อาการแพ้แสงลดลงได้ เพราะแสงจะหักเหผ่านผิวเลนส์ที่เรียบแทนกระจกตา ทำให้การฟุ้งกระเจิงของแสงลดลง

ภาพแสดงที่ผู้ที่มีปัญหากระจกตาถลอกจากตาแห้งมาก (รูปซ้าย) และการใส่ Scleral Lens ในผู้ที่มีปัญหากระจกตาถลอกจากตาแห้งมาก (รูปขวา)

ที่มา : https://www.reviewofcontactlenses.com/article/scleral-lenses-an-overlooked-fix-for-dry-eye

ตาแห้งมาก (Severe Dry Eye) รุนแรงแค่ไหน

ผู้ที่เป็นตาแห้งมาก มีความเสี่ยงถึงขั้นทำให้ตาบอดได้ เนื่องจากโดยปกติน้ำตาจะทำหน้าที่หล่อลื่นระหว่างกระจกตาและเปลือกตา ทำให้เปลือกตาไม่ถูกับกระจกตาโดยตรง แต่ในผู้ที่ตาแห้งมาก เมื่อกระพริบตา เปลือกตาจะถูกับกระจกตาโดยตรง เนื่องจากไม่มีชั้นน้ำตามาหล่อลื่น ทำให้กระจกตาถลอก เมื่อกระจกตาถลอกซ้ำๆเป็นเวลานาน จะทำให้ร่างกายสร้างเส้นเลือดมาที่กระจกตา (ในตาคนปกติ กระจกตาจะไม่มีเส้นเลือด) เพื่อรักษากระจกตาที่ถลอก ทำให้กระจกตาขุ่นและตาบอดในที่สุด นอกจากนี้ในผู้ที่กระพริบตาไม่สนิทหรือกระพริบตาไม่ได้ กระจกตาในส่วนที่ไม่มีน้ำตามาหล่อเลี้ยงจะแห้งและขุ่น ทำให้ตาบอดได้เช่นเดียวกัน

ภาพแสดงให้เห็นถึงกระจกตาที่ขุ่นมากจนทำให้ตาบอด เนื่องจากกระจกตาที่ขุ่นจะปิดกั้นแสงไม่ให้เข้าสู่ดวงตาได้

ที่มา : https://brucesegalmd.com/index.php/corneal-disease/

ตาแห้งมากสามารถใส่คอนแทคเลนส์ได้ไหม

ไม่แนะนำการใส่คอนแทคเลนส์นิ่มในผู้ที่มีปัญหาตาแห้งมาก เนื่องจากคอนแทคเลนส์นิ่มจะคอยดูดน้ำตาเพื่อทำให้ตัวเลนส์มีความอมน้ำอยู่เสมอ แต่สามารถใส่คอนแทคเลนส์พิเศษได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ คอนแทคเลนส์กึ่งแข็งกึ่งนิ่มขนาดใหญ่กว่าตาดำ (Scleral Lens) เนื่องจากเลนส์จะถูกออกแบบให้เก็บน้ำไว้ใต้เลนส์เพื่อหล่อเลี้ยงดวงตาอยู่ตลอดเวลา ทำให้กระจกตาไม่แห้งอีกต่อไป (การใส่ Scleral Lens เป็นการรักษาผู้ที่มีปัญหาตาแห้งมากที่ดีที่สุดวิธีหนึ่ง)

ภาพแสดงถึงการใส่ Scleral Lens จะเห็นว่าระหว่างบริเวณตรงกลางเลนส์ (Optic Zone) และกระจกตา (Cornea) จะมีช่องว่างเพื่อเก็บน้ำไว้ (Fluid Reservoir) ทำให้กระจกตาไม่แห้ง

ที่มา : https://mypremiereyecare.com/scleral-contact-lenses/

อ่านตัวอย่างเคสคนไข้ใส่ Scleral Lens เพื่อแก้ไขปัญหาตาแห้งเพิ่มเติม (คลิก)


การผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา (Corneal Transplantation)

การผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา เป็นการผ่าตัดที่จักษุแพทย์จะพิจารณาเปลี่ยนกระจกตาให้คนไข้จากหลายสาเหตุ เช่น ผู้ที่มีกระจกตาโป่งพอง กระจกตาขุ่น กระจกตามีแผลเป็น กระจกตาทะลุ กระจกตาติดเชื้อ ฯลฯ

ที่มา : https://www.chestercountyeyecare.com/cornea/transplant/

หลังผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาแล้วจะทำให้มองเห็นชัดเท่าคนปกติไหม?

หลังผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาแล้ว ถึงแม้กระจกตาใหม่จะดูใส แต่ผู้ป่วยมักจะยังมองเห็นได้ไม่ชัดเจนเท่าคนทั่วไป เนื่องจากกระจกตาใหม่มักจะไม่เรียบ ทำให้เกิดค่าสายตาเอียง (Irregular Astigmatism) ที่ไม่สามารถแก้ไขด้วยแว่นสายตาได้ทั้งหมด ทำให้ผู้ป่วยเห็นภาพเป็นเงาซ้อน ซึ่งในกรณีนี้ การแก้ไขที่จะทำให้ผู้ป่วยกลับมามองเห็นได้ชัดเจนที่สุดคือการใส่คอนแทคเลนส์กึ่งแข็งกึ่งนิ่มชนิดใหญ่กว่าตาดำ (Scleral Lens) เนื่องจากมีขนาดใหญ่กว่าตาดำ และเลนส์ไม่สัมผัสกับตาดำ ทำให้ไม่ระคายเคืองตา และเลนส์ยังหลุดจากตาได้ยากอีกด้วย

แต่ในกรณีที่คนไข้เคยใช้คอนแทคเลนส์กึ่งแข็งกึ่งนิ่มก่อนผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา หลังทำการผ่าตัดแล้วคนไข้จะไม่สามารถกลับไปใช้คอนแทคเลนส์เดิมได้อีก โดยเฉพาะคอนแทคเลนส์กึ่งแข็งกึ่งนิ่มชนิดเล็กกว่าตาดำ (Corneal RGP Lens) เนื่องจากเลนส์เดิมจะไม่พอดีกับกระจกตาใหม่นั่นเอง

หลังผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาแล้วมีตาขาวไม่เรียบร่วมด้วย สามารถใส่คอนแทคเลนส์กึ่งนิ่มกึ่งแข็งชนิดใหญ่กว่าตาดำ (Scleral Lens) ได้ไหม?

สำหรับคนไข้ที่มีปัญหาตาขาวไม่เรียบ มีต้อลม ต้อเนื้อ หรือมีแผลเป็นที่ตาขาว หมอเบิร์ดสามารถวินิจฉัยเพื่อหาคอนแทคเลนส์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคนไข้ได้ เพราะมีเครื่องสแกนผิวดวงตาสามมิติที่ทันสมัยระดับโลก สามารถสแกนได้ครอบคลุมทั้งตาดำและตาขาว ทำให้ได้ข้อมูลเพื่อออกแบบคอนแทคเลนส์สำหรับคนไข้แต่ละคนได้อย่างเหมาะสม

ดร. วุฒิพงษ์ พึงพิพัฒน์ (ดร.เบิร์ด) อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสายตาและคอนแทคเลนส์ (O.D., M.Sc., FIAO, FAAOMC)




Contact us


Send us an email

drbird@gmail.com


Facebook

https://www.facebook.com/DrBirdVP/


Line@

@drbirdcl



Video



Contact us


Call us

Rutnin-Gimbel Lasik Center : 02-056-3355
Doctor Vision : 02-734-0911, 081-7344552


Visit us

Rutnin-Gimbel Lasik Center
Doctor Vision (Bangkapi)


Send us an email

drbirdcl@gmail.com




Social networks


Facebook

https://www.facebook.com/DrBirdVP


Chat with us

Line : @drbirdcl




Copyright by BoldThemes 2018. All rights reserved.





Copyright by BoldThemes 2018. All rights reserved.