บทความ

บทความน่าสนใจ

สาระความรู้เกี่ยวกับสายตาที่เราอัพเดทให้คุณได้ติดตาม เพื่อประโยชน์กับตัวคุณเองและครอบครัว และคนที่ท่านรัก

เป็นบทความที่เขียนด้วยนายแพทย์ เชี่ยวชาญเฉพาะทาง


กระจกตาคืออะไร?

กระจกตา (Cornea) คือส่วนหนึ่งของดวงตา มีลักษณะโค้งและโปร่งใส คลุมอยู่ด้านหน้าสุดตรงบริเวณตาดำ ทำหน้าที่หักเหแสงที่เข้าสู่ดวงตา ถ้าความโค้งของกระจกตาเหมาะสม แสงที่เข้าสู่ดวงตาก็จะหักเหพอดีทำให้เรามองเห็นได้ชัดเจน แต่ถ้าความโค้งกระจกตาไม่เหมาะสม ก็จะทำให้เรามีปัญหาสายตาและมองเห็นไม่ชัดเจน

ภาพแสดงให้เห็นถึงแสงที่ตกสู่จอประสาทตาพอดีทำให้มองเห็นได้ชัดเจน

ที่มา : http://www.iwearoptical.com/what-is-emmetropia

ในคนปกติกระจกตาจะมีความหนาประมาณ 520 ไมครอน ซึ่งกระจกตาแบ่งได้ทั้งหมด 5 ชั้นดังนี้

1. Epithelium เป็นชั้นที่อยู่ด้านนอกสุดโดยทั่วไปหากกระจกตามีรอยถลอก มักจะเป็นที่ชั้นนี้ ซึ่งจะสามารถหายเป็นปกติได้ภายใน 7 วัน

2. Basement membrane เป็นชั้นเนื้อเยื่อรองรับผิว

3. Stroma มีความหนามากที่สุดของกระจกตา เมื่อชั้นนี้เกิดความเสียหายจะทำให้กระจกตาเป็นแผล ดูเป็นสีขาวขุ่นไม่ใสเหมือนคนปกติ

4. Descemet’s membrane เป็นชั้นที่มีความยืดหยุ่นสูง

5. Endothelial cell เป็นชั้นที่อยู่ด้านในสุด ทำหน้าที่ดูดน้ำออกจากกระจกตาเพื่อป้องกันไม่ให้กระจกตาบวมน้ำ

นอกจากนี้โดยธรรมชาติกระจกตามักจะมีความโค้งในแนวตั้งและแนวนอนไม่เท่ากัน หากความแตกต่างของความโค้งทั้งสองแนวนี้ต่างกันมาก จะทำให้เกินค่าสายตาผิดปกติชนิดหนึ่งขึ้นมา นั่นก็คือสายตาเอียง (Astigmatism)

ที่มา : http://www.allaboutvision.com/resources/cornea.htm

กระจกตาบางคืออะไร?

กระจกตาบาง คือ ความหนาของกระจกตามีไม่ถึง 520 ไมครอน ซึ่งมักจะเกิดจากโรคกระจกตาโป่ง (Keratoconus) เพราะยิ่งกระจกตามีความนูนมาก ส่วนที่นูนออกมาก็จะยิ่งบางลง

ทำไมกระจกตาบางทำ LASIK ไม่ได้?

กระจกตาบางไม่สามารถทำ LASIK ได้ เพราะการทำ LASIK เป็นการผ่าตัดที่ทำให้กระจกตาบางลง สำหรับคนที่กระจกตาบางอยู่แล้ว การทำเลสิกจะทำให้กระจกตาบางลงไปอีก ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดกระจกตาย้วยหลังทำเลสิก (Post Lasik Corneal Ectasia) หรือกระจกตาขุ่นได้ นอกจากการทำเลสิกแล้ว การผ่าตัดแก้ไขสายตาอื่นๆที่มีการทำให้กระจกตาบางลง หรือมีความแข็งแรงน้อยลง ก็ไม่เหมาะกับคนกระจกตาบางเช่นเดียวกัน การผ่าตัดดังกล่าวเช่น PRK , Relex , RK , etc.

การแก้ไขสายตาสาหรับคนกระจกตาบาง

การแก้ไขสายตาสำหรับผู้ที่กระจกตาบาง สามารถทำได้หลายวิธีดังนี้

  1. การใส่แว่นสายตาเพื่อให้มองเห็นชัดขึ้น
  2. การใช้คอนแทคเลนส์นิ่มที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไปตามท้องตลาด
  3. การใช้คอนแทคเลนส์นิ่มสั่งตัด (Soft custom contact lenses) คือคอนแทคเลนส์นิ่มที่ถูกสั่งตัดพิเศษให้เฉพาะบุคคลนั้นๆเพียงคนเดียว ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่มีค่าสายตาเยอะมากและไม่สามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาด หรือมีขนาดของดวงตาที่ไม่พอดีกับเลนส์ที่มีขายทั่วไป
  4. Corneal RGP lens คือคอนแทคเลนส์ชนิดกึ่งแข็งกึ่งนิ่มที่มีขนาดเล็กกว่าตาดำ
  5. OK Lens (Orthokeratology lenses, Ortho-K Lens) เป็นคอนแทคเลนส์กึ่งแข็งกึ่งนิ่มชนิดพิเศษ ใส่เฉพาะตอนนอนเพื่อปรับความโค้งของกระจกตา ส่งผลให้หลังจากตื่นนอนและถอดคอนแทคเลนส์แล้ว สามารถมองเห็นได้ชัดโดยไม่ต้องใส่แว่น นอกจากนี้ยังช่วยชะลอหรือหยุดสายตาสั้นเพิ่มขึ้นได้อีกด้วย
  6. Hybrid Lens เป็นคอนแทคเลนส์ที่บริเวณตรงกลางเป็นเลนส์กึ่งแข็งกึ่งนิ่ม และบริเวณขอบเลนส์เป็นเลนส์นิ่ม เพื่อให้ใส่แล้วสบายตาและได้ความคมชัด
  7. Scleral lens เป็นคอนแทคเลนส์กึ่งแข็งกึ่งนิ่มที่มีขนาดใหญ่กว่าตาดำ ช่วยในเรื่องตาแห้งจากการใส่คอนแทคเลนส์ กระจกตาย้วย (Keratoconus) และช่วยให้การมองเห็นชัดเจนขึ้น
  8. การผ่าตัด (Surgery) โดยการใส่เลนส์เสริม ICL (Implatable Contact Lens)

โดยการตรวจตาอย่างละเอียดและซักประวัติสอบถามถึงกิจกรรมและลักษณะการใช้สายตา จะทำให้สามารถแนะนำการแก้ไขที่เหมาะสมได้



น้ำตาเทียม (Artificial tears)

น้ำตาเทียม คือ สารหล่อลื่นดวงตา มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำตามนุษย์ ใช้เพื่อบรรเทาอาการเคืองตา คันตา แสบตา ไม่สบายตา ซึ่งเป็นอาการที่มาจากตาแห้ง เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการตาแห้งหรือใช้คอนแทคเลนส์นิ่มเป็นอย่างมาก

น้ำตาเทียม แบ่งได้ 2 ประเภทการใช้งาน

1. น้ำตาเทียมรายเดือน เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการตาแห้งไม่มาก ควรใช้ตามคำแนะนำของจักษุแพทย์หรือนักทัศนมาตร เนื่องจากน้ำตาเทียมรายเดือนจะมีสารกันเสีย ส่งผลให้ในคนไข้บางคนอาจเกิดอาการแพ้หรือการระคายเคืองได้  หากใช้แล้วแสบตาอย่างรุนแรง ร่วมกับการมองเห็นแย่ลงหรือปวดตา ให้หยุดใช้ และรีบพบจักษุแพทย์ทันที

ตัวอย่างน้ำตาเทียมรายเดือน

 

 

2. น้ำตาเทียมรายวัน เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการตาแห้งน้อยไปจนถึงตาแห้งมาก เนื่องจากในน้ำตาเทียมรายวันไม่มีสารกันเสีย จึงสามารถใช้หยอดตาได้ตลอดทั้งวันเมื่อรู้สึกตาแห้ง

ตัวอย่างน้ำตาเทียมรายวัน

  

วิธีการใช้น้ำตาเทียม

  1. ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่
  2. เงยหน้าขึ้น จากนั้นค่อยๆดึงเปลือกตาด้านล่างลงเล็กน้อย
  3. กะตำแหน่งให้ปากขวดหรือปากหลอดน้ำตาเทียมห่างจากดวงตาเล็กน้อย จากนั้นหยอดน้ำตาเทียม ข้างละ 1 หยด (ห้ามสัมผัสปากขวดหรือปากหลอดน้ำตาเทียมโดยเด็ดขาด เนื่องจากอาจทำให้ปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย ส่งผลให้การหยอดตาครั้งต่อไป มีโอกาสเสี่ยงที่จะทำให้ตาติดเชื้อได้)
  4. หากคนไข้มียาหยอดตาอื่นๆใช้ร่วมอยู่ด้วย ให้หยอดหลังจากหยอดน้ำตาเทียม 10 นาที

ข้อแนะนำสำหรับผู้ใช้น้ำตาเทียม

  1. สำหรับผู้ที่ใช้คอนแทคเลนส์ร่วมด้วย ไม่แนะนำให้ใช้น้ำตาเทียมรายเดือน เนื่องจากสารกันเสียจะไปสะสมอยู่ภายใต้ดวงตาในขณะที่ใส่คอนแทคเลนส์อยู่ มีโอกาสทำให้ตาเกิดการระคายเคืองได้ แนะนำให้ใช้น้ำตาเทียมแบบรายวันจะดีกับสุขภาพตาที่สุด
  2. ระวังไม่ให้ปากขวดหรือหลอดน้ำตาเทียมสัมผัสกับส่วนใดของร่างกาย เนื่องจากอาจทำให้ปนเปื้อเชื้อแบคทีเรีย ส่งผลให้การหยอดตาครั้งต่อไปมีโอกาสเสี่ยงที่จะทำให้ตาติดเชื้อได้
  3. น้ำตาเทียมทุกชนิดควรทิ้งทันทีหลังจากหมดอายุการใช้งาน
  4. ควรเก็บน้ำตาเทียมไว้ที่อุณหภูมิห้อง (15-30 องศาเซลเซียส) และห้ามเก็บไว้ในช่องแช่แข็ง
  5. หลังจากหยอดน้ำตาเทียม น้ำตาเทียมบางชนิดอาจทำให้การมองเห็นมัวลงเล็กน้อยเพียงระยะหนึ่ง เนื่องจากน้ำตาเทียมยังไม่เคลือบที่ผิวตาดี หลังจากหยอดประมาณ 1-2 นาที การมองเห็นจะกลับมาดีดังเดิม

ข้อควรระวัง

เมื่อเปิดหลอดน้ำตาเทียมแล้ว ควรทิ้งภายใน 12-24 ชั่วโมง เพราะน้ำตาเทียมรายวันไม่มีสายกันเสีย หากเกิน 24 ชั่วโมงแล้วยังใช้ต่อ มีความเสี่ยงที่จะทำให้เคืองตา ตาแดง จากการติดเชื้อได้



คอนแทคเลนส์คืออะไร และมีกี่ชนิด?

                 คอนแทคเลนส์คือพลาสติกใส มีลักษณะวงกลมคล้ายถ้วย ใส่เพื่อความสวยงาม การใช้ทางการแพทย์ และแก้ไขค่าสายตาผิดปกติ ได้แก่ สายตาสั้น (Myopia), สายตาเอียง (Astigmatism), สายตายาวตั้งแต่เกิด (Hyperopia), และสายตายาวตามวัย (Presbyopia)

โดยชนิดของคอนแทคเลนส์หากแบ่งตามวัสดุ มี 3 ชนิด ได้แก่

1. คอนแทคเลนส์แบบนิ่ม (Soft contact lens)

คอนแทคเลนส์นิ่มเป็นชนิดที่หาซื้อง่ายที่สุด มีขนาดใหญ่กว่าตาดำ มีทั้งแบบรายวัน รายเดือน และรายสองสัปดาห์ ซึ่งคอนแทคเลนส์นิ่มนั้น สามารถแบ่งได้อีก 2 ชนิด คือ

    1. Hydrogelคอนแทคเลนส์นิ่มที่มีค่าความอมน้ำสูง (High water content) ทำให้ตัวคอนแทคเลนส์มีความนิ่มมาก และออกซิเจนซึมผ่านเข้าตัวคอนแทคเลนส์ได้น้อย จึงทำให้ไม่เหมาะที่จะใส่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน เนื่องจากจะทำให้ตาแห้งมากและตาแดงได้
    2. Silicone Hydrogelคอนแทคเลนส์นิ่มที่มีค่าความอมน้ำต่ำกว่าชนิด Hydrogel แต่ออกซิเจนสามารถซึมผ่านเข้าตัวคอนแทคเลนส์ได้ดีกว่ามาก ดีต่อสุขภาพตา ทำให้สามารถใส่ได้นานกว่าชนิด Hydrogel แต่ก็ไม่ควรใส่เกิน 12 ชั่วโมงต่อวัน

ที่มา : https://ocyvision.lumpineemuaythai.com/1-day-ocula/

2. คอนแทคเลนส์ชนิดกึ่งแข็ง (RGP lens, Scleral lens)

มีทั้งขนาดเล็กกว่าตาดำ และใหญ่กว่าตาดำ การใส่คอนแทคเลนส์ชนิดเล็กกว่าตาดำ ช่วงใส่ครั้งแรกจะรู้สึกเคืองตาอยู่เล็กน้อย แต่ข้อดีคือสามารถป้องกันเรื่องตาแห้งจากการใส่คอนแทคเลนส์ได้ และได้ความคมชัดที่มากกว่าแว่นสายตาหรือคอนแทคเลนส์แบบนิ่มในกลุ่มคนที่มีค่าสายตาเยอะ

ที่มา : http://www.precisionfamilyeyecare.com/specialty-contact-lenses/

3.ไฮบริดเลนส์ (Hybrid lens)

เป็นคอนแทคเลนส์ที่รวมข้อดีของคอนแทคเลนส์ชนิดแข็งและนิ่มมารวมกัน คือ โซนตรงกลางคอนแทคเลนส์จะเป็นชนิดกึ่งแข็งกึ่งนิ่ม และบริเวณขอบคอนแทคเลนส์จะเป็นชนิดนิ่ม

ที่มา : https://www.youreyecarecenter.com/

ทั้งนี้ก่อนใส่คอนแทคเลนส์ครั้งแรก ควรปรึกษานักทัศนมาตร หรือจักษุแพทย์ เพื่อทำการตรวจประเมินสุขภาพตาก่อนใส่คอนแทคเลนส์ แะเลือกชนิดคอนแทคเลนส์ให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล




Contact us


Send us an email

drbird@gmail.com


Facebook

https://www.facebook.com/DrBirdVP/


Line@

@drbirdcl



Video



Contact us


Call us

0-800-777-2331


Visit us anytime

27th Avenue, W2 3XE, New York


Send us an email

office@medicare.com



Subscribe


Sign up for Medicare newsletter to receive all the news offers and discounts from Medicare eye clinic.




Social networks


Facebook

https://www.facebook.com/DrBirdVP


Twitter

#WeCare


Instagram

www.instagram.com/medicare




Copyright by BoldThemes 2018. All rights reserved.





Copyright by BoldThemes 2018. All rights reserved.